1 กรกฎาคม 2565: กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) มีคำสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้องบริษัทกรุ๊ปลีส จำกัด (มหาชน) และอดีตกรรมการบริษัท จำนวน 2 ท่าน

1 กรกฎาคม 2565

นายทัตซึยะ โคโนชิตะ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กรุ๊ปลีส จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า “เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2565 กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ได้มีคำสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้องคดีอาญา ต่อบริษัทฯ และอดีตกรรมการ 2 ท่าน ได้แก่ นายมุเนโอะ ทาชิโร่ และนายมิทสึจิ โคโนชิตะ ซึ่งทาง J Trust Asia (JTA) ได้ยื่นฟ้องเมื่อเดือนมกราคม 2561

การที่ DSI  มีคำสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้อง แสดงให้เห็นว่า สิ่งที่ JTA ได้ยื่นฟ้องข้อกล่าวหาทางอาญาเรื่องประเด็นการลงทุนในประเทศไทยนั้นไม่มีมูลความจริง ซึ่งยังสามารถนำไปใช้เป็นบรรทัดฐาน ในการตัดสินคดีความจากมูลเหตุเดียวกันที่ยังอยู่ในระหว่างการพิจารณา ในประเทศอื่น ๆ ทั่วโลก 

จากการที่ JTA ได้ยื่นข้อกล่าวหาทางอาญาโดยอ้างอิงประกาศของสำนักงาน ก.ล.ต. ในช่วงเดือนตุลาคม 2560 ซึ่งประกาศตัดสิทธิของประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัทฯ ในขณะนั้น อีกทั้งยังให้บริษัทฯ ทำการแก้ไขงบการเงินประจำปี 2559 – 2560 แต่ในที่สุด คดีนี้ได้ตกไป ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อบริษัทฯ ของเรา ทั้งนี้บริษัทฯ และกลุ่มบริษัทฯ ตลอดจนผู้ถือหุ้นรายใหญ่ และผู้เกี่ยวข้องอื่น ๆ ยังคงเชื่อมั่นและยืนยันว่า คดีความที่ทาง JTA ได้ยื่นฟ้องเรานั้น มีเจตนาที่ก่อให้เกิดความเสียหาย ทั้งในด้านชื่อเสียงและความน่าเชื่อถือต่อบริษัทฯ ซึ่งถือเป็นเรื่องที่รุนแรงมาก และเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากสำหรับเราที่ต้องข้ามผ่านข้อสงสัยในข้อกล่าวหานี้”


นาย ริกิ อิชิกามิ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กรุ๊ปลีส จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “เรารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ DSI ได้มีข้อสรุปไปในทิศทางเดียวกับเรา ซึ่งมองว่าข้อกล่าวหาดังกล่าวนั้น ไม่ถูกต้อง และขณะนี้คดีความได้ยุติลงแล้ว หลังจากที่ DSI ได้ทำการสืบสวนสอบสวนเป็นเวลานานถึง 4 ปี 6 เดือน และพบว่าไม่มีมูลความจริงทางกฎหมายที่สนับสนุนข้อกล่าวหาของ JTA ต่อบริษัทฯ และ 2 อดีตกรรมการ   ดังนั้นทางบริษัทฯ กลุ่มบริษัทฯ และผู้ถือหุ้นรายใหญ่จะดำเนินการเรียกร้องค่าชดเชยสำหรับความเสียหายที่เราได้รับ ซึ่งมาจากการฟ้องร้องโดยมิชอบและเป็นการละเมิดจากทาง JTA, กลุ่มบริษัท J Trust และกรรมการของ J Trust ที่มีอยู่ในประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก ดังนั้น การมีคำสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้องคดีนี้ จะเป็นประโยชน์ต่อคดีความของบริษัทฯ ที่อยู่ในระหว่างการพิจารณาคดี ซึ่งจะช่วยให้บริษัทได้รับค่าเสียหายจากการกระทำที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมายของทาง JTA”