Categories
ข่าวแจ้งตลาดหลักทรัพย์

17 มกราคม 2562 : แจ้งความคืบหน้าเกี่ยวกับการดำเนินคดีฟื้นฟูกิจการของบริษัท กรุ๊ปลีส จำกัด (มหาชน)

Categories
ข่าวแจ้งตลาดหลักทรัพย์

08 มกราคม 2562 : ตลาดหลักทรัพย์ฯ ปลดเครื่องหมาย NP และขึ้นเครื่องหมาย NR หลักทรัพย์ GL

Categories
ข่าวแจ้งสื่อมวลชน

07 มกราคม 2562 : กรุ๊ปลีสกัมพูชา ประกาศเป็นคู่ค้ากับบาจาจ (Bajaj) ผู้ประกอบธุรกิจรถสามล้อ (รถตุ๊กๆ) เพื่อขยายตลาดในกัมพูชา

กรุ๊ปลีสกัมพูชา ประกาศเป็นคู่ค้ากับบาจาจ (Bajaj) ผู้ประกอบธุรกิจรถสามล้อ (รถตุ๊กๆ) เพื่อขยายตลาดในกัมพูชา

07 Jan 2019

วันที่ 7 มกราคม 2562 – GLF บริษัทในเครือกรุ๊ปลีส ประเทศกัมพูชา ประกาศความร่วมมือกับตัวแทนจำหน่ายของ บาจาจ กัมพูชาเพื่อขยายตลาดรถสามล้อ (ปัจจุบัน GLF เป็นผู้มีสิทธิแต่เพียงผู้เดียวในการให้บริการด้านการเงินแก่ลูกค้ารถจักรยานยนต์ฮอนด้าในประเทศกัมพูชา และยังคงเดินหน้าขยายตลาดที่มีการเติบโตอย่างรวดเร็วนี้ต่อไป)

นายทัตซึยะ โคโนชิตะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัทกรุ๊ปลีส จำกัด (มหาชน) ประกาศในวันนี้ว่า GLF บริษัทในเครือกรุ๊ปลีส กัมพูชา ได้บรรรลุข้อตกลงกับตัวแทนจำหน่ายของบริษัทบาจาจในประเทศกัมพูชา โดย GLF เป็นผู้ให้บริการสินเชื่อรถสามล้อ ทั้งที่เป็นรถใหม่และรถมือสองในตลาดดังกล่าว

โดยก่อนหน้านี้ เมื่อเดือนตุลาคม 2561 บริษัทกรุ๊ปลีส เมียนมาร์ได้ประกาศเป็นคู่ค้ากับผู้จัดจำหน่ายของบาจาจในประเทศเมียนมาร์ในการจำหน่ายรถสามล้อ ซึ่งมีลูกค้าจำนวน 130 ราย จากตัวแทนจำหน่ายเพียงแค่ 2 รายเท่านั้น บริษัทกรุ๊ปลีส เมียนมาร์มีแผนที่จะเพิ่มจำนวนผู้แทนจำหน่ายมากขึ้นในปีนี้

“การขยายความร่วมมือทางธุรกิจในครั้งนี้เป็นผลมาจากความสำเร็จที่เรามีกับบาจาจในประเทศเมียนมาร์ ที่แสดงถึงความสามารถของเราในการนำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่ๆในตลาดใหม่ๆและใช้ความเชี่ยวชาญในการนำผลิตภัณฑ์ไปสู่ตลาดอื่นๆ เช่นเดียวกับการขยายธุรกิจไปทั่วทั้งตลาดอาเซียน เราจะยังดำเนินการสร้างการเติบโตและดำเนินงานตามพันธกิจของเราในการนำเสนอผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่มีนวัตกรรมใหม่ๆ ให้แก่ผู้ประกอบการที่มีศักยภาพเพื่อช่วยธุรกิจของเขาให้เติบโต” นายโคโนชิตะ กล่าว

ด้าน นายริกิ อิชิกามิ กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ GLF กล่าวว่า “ความต้องการรถสามล้อในประเทศกัมพูชานั้นมีสูงมาก รถตุ๊กๆเพิ่มจำนวนอย่างเห็นได้ชัดทั้งในพนมเปญและทั่วประเทศกัมพูชา เนื่องจากรถตุ๊กๆ สามารถรองรับผู้โดยสารทั้งที่เป็นกลุ่มบุคคลและรายบุคคลด้วยความรวดเร็ว คล่องตัว และด้วยราคาที่เข้าถึงได้ การให้บริการสินเชื่อของ GLF ช่วยให้เจ้าของรถตุ๊กๆ สามารถสร้างรายได้ถึงประมาณวันละ 800 บาท ในขณะที่การชำระสินเชื่อวันละประมาณ 150 บาทเท่านั้น

นับเป็นโอกาสที่ดีที่เราได้เข้าสู่ตลาดที่กำลังเติบโตเช่นนี้ อีกทั้งมีโอกาสนำเสนอบริการที่ดีให้กับตลาด และที่สำคัญคือการเข้าร่วมทำธุรกิจกับตัวแทนจำหน่ายที่มีความสัมพันธ์กับผู้ผลิตเช่น บริษัทบาจาจ กัมพูชา โดยแต่เดิมมีตัวแทนจำหน่าย 22 ราย มียอดจำหน่ายรถตุ๊กๆ ประมาณ 2,000 คันต่อเดือน ราคาเฉลี่ยคันละ 110,000 บาท ถึง 120,000 บาท และเมื่อ กรุ๊ปลีสและบาจาจ ร่วมมือกันเราหวังที่จะเห็นการเติบโตอย่างต่อเนื่องต่อไป”

บริษัท บาจาจ มีต้นกำเนิดมาจากประเทศอินเดีย ซึ่งเป็นบริษัทผู้ผลิตรถสามล้อที่ใหญ่ที่สุดในโลก มียอดการผลิต 1 ล้านคัน ต่อปี มีการจัดจำหน่ายใน 36 ประเทศ และมีส่วนแบ่งทางการตลาดคิดเป็น 96% ของการจำหน่ายรถสามล้อในอาเซียน บาจาจในประเทศกัมพูชามียอดจำหน่ายกว่า 2,000 คันต่อเดือน และยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

Categories
ข่าวแจ้งตลาดหลักทรัพย์

18 ธันวาคม 2561 : แจ้งความคืบหน้าเกี่ยวกับการดำเนินคดีแพ่งของบริษัท เจทรัสต์ จำกัด และบริษัท เจทรัสต์ เอเชีย พีทีอี จำกัด ต่อบริษัท

Categories
ข่าวแจ้งตลาดหลักทรัพย์

18 ธันวาคม 2561 : แจ้งความคืบหน้าเกี่ยวกับการดำเนินคดีแพ่งของบริษัท กรุ๊ปลีส จำกัด (มหาชน)ต่อ บริษัท เจทรัสต์ พีทีอี จำกัด

Categories
ข่าวแจ้งตลาดหลักทรัพย์

07 ธันวาคม 2561 : รายงานความคืบหน้าเกี่ยวกับการดำเนินคดีแพ่งของบริษัท กรุ๊ปลีส จำกัด (มหาชน)

Categories
ข่าวแจ้งสื่อมวลชน

22 พฤศจิกายน 2561 : ชี้แจงข้อมูลตามที่ปรากฏในเว็บไซต์ข่าวหุ้นลงวันที่ 15 พฤศจิกายน 2561

ชี้แจงข้อมูลตามที่ปรากฏในเว็บไซต์ข่าวหุ้นลงวันที่ 15 พฤศจิกายน 2561

22 Nov 2018

บริษัทกรุ๊ปลีส จำกัด (มหาชน) (“บริษัทฯ”) ขอชี้แจงข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับข่าวของบริษัทฯ ที่ลงในเว็บไซต์ข่าวหุ้นฉบับลงวันที่ 15 พฤศจิกายน 2561 เกี่ยวกับคดีหมายเลขดำที่ 83/2561 ว่าในวันที่ 2 ตุลาคม 2561 บริษัทฯ ได้ยื่นคำร้องขอต่อศาลแพ่ง ให้มีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวบริษัทฯ โดยขอให้ศาลสั่งให้เจทรัสต์ เอเชียฯ วางเงินประกันค่าเสียหายของบริษัทฯ ซึ่งศาลได้นัดฟังคำสั่งของศาลในเรื่องดังกล่าวในวันที่ 7 ธันวาคม 2561 โดยบริษัทฯ เป็นผู้ร้องขอคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวนี้ต่อบริษัท เจทรัสต์ เอเชีย พีทีอี

การชี้แจงนี้เพื่อมิให้นักลงทุน และประชาชนทั่วไปเข้าใจผิดเกี่ยวกับผลของคำสั่งของศาลที่จะมีในวันที่ 7 ธันวาคม 2561ตามที่เว็บไซต์ข่าวหุ้นฉบับลงวันที่ 15 พฤศจิกายน 2561 ได้พาดหัวข่าวว่า “GL ไร้สำรองหนี้ฉาวหนุนงบ Q3/61 พลิกบวกอ่อน ๆ จับตา! ศาลนัดฟังคดีเจทรัสต์ วันที่ 7 ธันวาคมนี้” และ “บริษัทขอเรียนว่า เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2561 ศาลได้ดำเนินการไต่สวนคำร้องขอคุ้มครองชั่วคราวเสร็จสิ้นและศาลกำหนดวันนัดฟังคำสั่ง คำร้องขอคุ้มครองชั่วคราวและนัดชี้สองสถานในวันที่ 7 ธันวาคม 2561 ทั้งนี้ หากมีความคืบหน้าประการใด บริษัทจะแจ้งให้ทราบตามความเหมาะสมต่อไป”

ในสำนวนของกระบวนพิจารณาคดีหลักนั้น ปัจจุบันศาลยังไม่ได้กำหนดนัดสืบพยานเพื่อพิจารณาคดีแต่อย่างใด บริษัทฯ คาดว่าจะมีการเริ่มสืบพยานภายในปี 2562 และคดีดังกล่าวน่าจะใช้เวลาในการสืบพยาน 1-3 ปี ทั้งนี้ หากมีความคืบหน้าประการใดบริษัทฯ จะแจ้งให้ทราบตามความเหมาะสมต่อไป

ในสำนวนของกระบวนพิจารณาคดีหลักนั้น ปัจจุบันศาลยังไม่ได้กำหนดนัดสืบพยานเพื่อพิจารณาคดีแต่อย่างใด บริษัทฯ คาดว่าจะมีการเริ่มสืบพยานภายในปี 2562 และคดีดังกล่าวน่าจะใช้เวลาในการสืบพยาน 1-3 ปี ทั้งนี้ หากมีความคืบหน้าประการใดบริษัทฯ จะแจ้งให้ทราบตามความเหมาะสมต่อไป

Categories
ข่าวแจ้งสื่อมวลชน

15 พฤศจิกายน 2561 : กรุ๊ปลีส เผยผลประกอบการไตรมาสที่ 3/2561 ชูกำไรเติบโตต่อเนื่อง 4 ไตรมาส

กรุ๊ปลีส เผยผลประกอบการไตรมาสที่ 3/2561 ชูกำไรเติบโตต่อเนื่อง 4 ไตรมาส

15 Nov 2018

บริษัท กรุ๊ปลีส จำกัด (มหาชน) รายงานผลการดำเนินงานประจำไตรมาสที่ 3/2561 มีรายได้ 729.56 ล้านบาท และ กำไรสุทธิ 104.64 ล้านบาท สร้างผลกำไรต่อเนื่อง 4 ไตรมาส หลังจากการตั้งสำรอง เพียงครั้งเดียวในไตรมาสที่ 3/2560

นาย อาลัน ดูเฟส ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงินของบริษัท กรุ๊ปลีส จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานในไตรมาสที่ 3/2561 บริษัทฯ มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 104.64 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นผลกำไรที่เติบโตติดต่อกัน 4 ไตรมาส โดยรายได้เพิ่มขึ้น 500,000 บาท หรือ 0.1% เมื่อเทียบกับไตรมาสที่ 2 ในขณะที่ค่าใช้จ่ายในด้านการบริการและการบริหารลดลง 400,000 บาท หรือ 0.1% อย่างไรก็ตามเนื่องจากขนาดของพอร์ตโฟลิโอที่ลดลงในประเทศไทย ตามที่บริษัทฯ เคยกล่าวถึงและทำการตัดเป็นหนี้สูญไปแล้วหนึ่งครั้งสำหรับตลาดในประเทศอินโดนีเซีย เป็นจำนวน 12.51 ล้านบาท และหนี้สูญและหนี้สงสัยจะสูญต่อเงินสินเชื่อเพิ่มขึ้น 36.28 ล้านบาท หรือคิดเป็น 20% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน ส่งผลให้โดยรวมกำไรสุทธิลดลง 17% (104.64 ล้านบาท จาก 125.98 ล้านบาท) และกำไรจากผลการดำเนินงานลดลง 23% (103.24 ล้านบาท จาก 134.69 ล้านบาท) ในหนึ่งไตรมาส อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์ด้านการเงินในไตรมาสนี้ถือว่าดีกว่าไตรมาสเดียวกันของปีที่ผ่านมา โดยมีกำไรเพิ่มขึ้น จากเดิมขาดทุน 2,267.43 ล้านบาท เป็นได้กำไร 104.64 ล้านบาท

นาย ทัตซึยะ โคโนชิตะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กรุ๊ปลีส จำกัด (มหาชน) กล่าวย้ำว่า “ผลการดำเนินงานของบริษัทในปี 2561 ยังคงมีผลกำไรทุกไตรมาส เนื่องจากที่ผ่านมา บริษัทฯ ได้มีการทำงานร่วมกับหน่วยงานกำกับดูแลที่เกี่ยวข้องเพื่อแก้ไขปัญหาต่างๆ และวางแผนงานให้บริษัทอยู่ในสถานะที่มั่นคงและดีที่สุดสำหรับการเติบโตและการทำกำไรที่เพิ่มขึ้นในปี 2562 บริษัทฯ เชื่อมั่นว่าจะสามารถบรรลุเป้าหมายดังกล่าวได้เนื่องจากผลกำไรที่มีการเติบโต 4 ไตรมาสติดต่อกัน นอกจากนี้ ในไตรมาสที่ผ่านมา บริษัทฯ ได้แก้ไขงบการเงินปี 2560 ตามที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. แจ้งมายังบริษัทฯ และขณะนี้ยังไม่มีคำสั่งใดๆ เพิ่มเติมจาก ก.ล.ต. อย่างไรก็ตามทางบริษัทฯ มีความยินดีที่จะให้ความร่วมมือกับทางคณะกรรมการ ก.ล.ต. อย่างเต็มที่ในทุกด้าน”

สำหรับทิศทางการเติบโตของธุรกิจแต่ละประเทศในอนาคต บริษัทฯ เตรียมเดินหน้าเพื่อปรับปรุงคุณภาพของพอร์ตโฟลิโอและจัดกระบวนการดำเนินงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นในทุกประเทศ ถึงแม้ว่าจะเป็นการยอมรับการหดตัวลงของพอร์ตโฟลิโออย่างที่เกิดขึ้นในประเทศกัมพูชาก็ตาม ทั้งนี้เพื่อเพิ่มคุณภาพ ของลูกหนี้ของบริษัทฯ ในประเทศไทย ทางบริษัทฯ ได้เปลี่ยนหลักเกณฑ์การปล่อยสินเชื่อให้มีความเข้มงวด มากขึ้น โดยเริ่มตั้งแต่เดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา จึงเป็นสาเหตุทำให้อัตราการอนุมัติสัญญาลดลง ซึ่งส่งผลให้เกิดการชะลอตัวของการเติบโตของพอร์ตโฟลิโอ อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ คาดว่ารายจ่ายจากหนี้สูญและ หนี้สงสัยจะสูญจะลดลง เริ่มตั้งแต่ปลายปี 2561 และต้นปี 2562 นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังได้มีการเพิ่มการตั้งสำรองเผื่อหนี้สูญและหนี้สงสัยจะสูญ และในไตรมาสนี้ได้มีการตัดหนี้สูญครั้งเดียวจากลูกหนี้ของประเทศอินโดนีเซีย เพื่อแสดงถึงสถานะทางการเงินที่แท้จริง ทั้งนี้ บริษัทฯร่วมของเราในประเทศศรีลังกาได้มีการเพิ่มการตั้งสำรองหนี้เผื่อสูญและหนี้สงสัยจะสูญเช่นเดียวกันโดยที่มีการตั้งสำรองสูงขึ้นมากกว่า 40% เมื่อเปรียบเทียบกับไตรมาสที่สามของปี 2560

“นอกจากนี้ประเทศเมียนมายังคงเป็นตลาดหลักที่สำคัญและมีการเติบโตตามเป้าหมายที่วางไว้ จากการที่บริษัทฯ ได้รับสัญญากับบริษัทฮอนด้าเพิ่มขึ้น 368% ในไตรมาส 3/2561 (เกือบ 50,000 ราย) และมีลูกค้าสินเชื่อเพื่อรายย่อยเพิ่มขึ้นกว่า 272% จากปีที่แล้ว ซึ่งปัจจุบันมีลูกค้ามากกว่า 145,000 ราย ถือว่าคุณภาพของลูกหนี้อยู่ในระดับที่ดีมาก และบริษัทฯ ยังคงมีอัตราหนี้เสียหรือ NPL อยู่ที่ 0% สำหรับสินเชื่อเพื่อรายย่อย

โดยภาพรวมแล้ว บริษัทฯ คาดว่าประเทศไทยยังคงความเสถียรภาพ แต่มีการพัฒนาคุณภาพลูกหนี้ ให้ดีขึ้น ในขณะที่ธุรกิจใน สปป.ลาว ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องในทิศทางที่ดี ทั้งนี้ ในส่วนของประเทศกัมพูชา บริษัทฯ จะลดการขับเคลื่อนลง และมุ่งเน้นที่ประเทศเมียนมาที่มีการเติบโตอย่างโดดเด่น บริษัทฯ คาดว่า ธุรกิจสินเชื่อเพื่อรายย่อยจะเติบโตอย่างต่อเนื่องและเป็นรากฐานของการเติบโตในอนาคตต่อไป” นายทัตซึยะ กล่าวสรุป

 

Categories
ข่าวแจ้งตลาดหลักทรัพย์

14 พฤศจิกายน 2561 : งบการเงินไตรมาสที่ 3/2561 (สอบทานแล้ว)

Categories
ข่าวแจ้งตลาดหลักทรัพย์

14 พฤศจิกายน 2561 : สรุปผลการดำเนินงานของบจ.และรวมของบริษัทย่อย ไตรมาสที่ 3 (F45-3)