Categories
ข่าวแจ้งตลาดหลักทรัพย์

08 ธันวาคม 2559 : แจ้งปฏิเสธข่าวใน นสพ.เรื่องการบุ๊คกำไร 244.6 ล้านบาทในไตรมาสที่ 4/2559

Categories
ข่าวแจ้งสื่อมวลชน

07 ธันวาคม 2559 : ผู้ถือหุ้น GL อนุมัติแผนลงทุนและออกหุ้นแปลงสภาพ

ผู้ถือหุ้น GL อนุมัติแผนลงทุนและออกหุ้นแปลงสภาพ

07 Dec 2016

นายมิทซึจิ โคโนชิตะ (กลาง) ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กรุ๊ปลีส จำกัด (มหาชน) หรือ GL ผู้นำธุรกิจดิจิทัลไฟแนนซ์ในอาเซียน พร้อมด้วยคณะกรรมการบริษัทฯ จัดการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 2/2559 ณ โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น กรุงเทพฯ โดยผู้ถือหุ้นมีมติอนุมัติแผนลงทุนเข้าซื้อหุ้นใน Commercial Credit and Finance PLC (CCF) ซึ่งเป็นบริษัทไฟแนนซ์ชั้นนำที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ศรีลังกา และเข้าซื้อหุ้นใน BG Microfinance Myanmar Co., Ltd. (BGMM) ซึ่งเป็นบริษัทไมโครไฟแนนซ์ในเมียนมาร์ รวมถึงอนุมัติการออกหุ้นกู้แปลงสภาพแบบเฉพาะเจาะจงให้แก่ผู้ลงทุนที่เป็นพันธมิตรในต่างประเทศ 2 ราย มูลค่ารวมทั้งสิ้นไม่เกิน 70 ล้านเหรียญสหรัฐ เพื่อผลักดันผลการดำเนินงานเติบโตตามเป้าหมาย และก้าวสู่การเป็นบริษัทดิจิทัลไฟแนนซ์ระดับโลก

Categories
ข่าวแจ้งสื่อมวลชน

07 ธันวาคม 2559 : ผู้ถือหุ้น GL ไฟเขียวเข้าลงทุนในบริษัทไฟแนนซ์ศรีลังกาและเมียนมาร์ ดันศักยภาพบริษัทก้าวสู่บิ๊กเพลย์เยอร์ระดับโลก

ผู้ถือหุ้น GL ไฟเขียวเข้าลงทุนในบริษัทไฟแนนซ์ศรีลังกาและเมียนมาร์ ดันศักยภาพบริษัทก้าวสู่บิ๊กเพลย์เยอร์ระดับโลก

07 Dec 2016

ผู้ถือหุ้น บมจ.กรุ๊ปลีส หรือ GL ผู้นำธุรกิจดิจิทัลไฟแนนซ์ในอาเซียน ไฟเขียวอนุมัติแผนลงทุนซื้อหุ้น 22.27% ใน Commercial Credit and Finance PLC (CCF) บริษัทไมโครไฟแนนซ์ชั้นนำที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ศรีลังกา ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการเข้าซื้อหุ้นใน CCF รวม 29.99% โดยส่วนที่เหลืออีก 7.72% จะเข้าซื้อจากผู้ถือหุ้นอีก 2 รายซึ่งไม่ต้องขออนุมัติผู้ถือหุ้นเนื่องจากไม่มีความเกี่ยวโยงกัน คาดช่วยหนุนผลการดำเนินงานพุ่ง หลังเตรียมบันทึกส่วนแบ่งกำไรจากการลงทุนใน CCF ทันทีในไตรมาส 4 นี้ ประมาณ 7 ล้านเหรียญสหรัฐ ขณะที่ผู้ถือหุ้นยังอนุมัติเข้าซื้อหุ้นทั้งหมดของ BG Microfinance Myanmar Co., Ltd. ซึ่งเป็นบริษัทไมโครไฟแนนซ์ในเมียนมาร์ เพื่อรุกธุรกิจรองรับตลาดที่มีความต้องการสินเชื่อจำนวนมาก ส่วนแผนออกหุ้นให้พันธมิตรเพื่อใช้เป็นเงินทุนขยายธุรกิจผ่านฉลุย

นายมิทซึจิ โคโนชิตะ ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กรุ๊ปลีส จำกัด (มหาชน) หรือ GL ผู้นำธุรกิจดิจิทัลไฟแนนซ์ในอาเซียน เปิดเผยว่า ที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นครั้งที่ 2/2559 ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 6 ธันวาคม 2559 นั้น ผู้ถือหุ้นมีมติอนุมัติให้ GL ขยายการลงทุนธุรกิจดิจิทัลไฟแนนซ์ในภูมิภาคอาเซียนและเอเชีย เพื่อผลักดันการเติบโต โดยอนุมัติให้ Group Lease Holdings PTE. Ltd (GLH) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ GL ที่จดทะเบียนในประเทศสิงคโปร์ เข้าซื้อหุ้น 22.27% ในบริษัท Commercial Credit and Finance PLC (CCF) จาก Creation Investments Sri Lanka LLC (Creation SL) ซึ่งเป็นบริษัทที่ดำเนินธุรกิจไฟแนนซ์ชั้นนำที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ศรีลังกาที่มีฐานลูกค้าประมาณ 1 ล้านราย เพื่อรุกขยายธุรกิจของ GL จากในภูมิภาคอาเซียนออกไปสู่ประเทศศรีลังกาที่ตั้งอยู่ในแถบเอเชียใต้ ซึ่งเป็นประเทศที่เศรษฐกิจกำลังขยายตัว

ทั้งนี้ การเข้าซื้อหุ้น 22.27% ดังกล่าว เป็นส่วนหนึ่งของการเข้าซื้อหุ้นรวม 29.99% ใน CCF ซึ่งในส่วนที่เหลืออีก 7.72% นั้น GLH ได้เข้าซื้อจากผู้ถือหุ้นอีก 2 ราย ได้แก่ BG Investments (PVT) Ltd. และนาย Stephen L Lafrance Jr. ซึ่งเป็นรายการที่ไม่ต้องได้รับการอนุมัติเพิ่มเติมจากผู้ถือหุ้นเนื่องจากไม่ได้เป็นบุคคลที่มีความเกี่ยวโยงกัน โดยจะใช้เงินทุนทั้งหมดใน CCF ประมาณ 2,514 ล้านบาท (ประมาณ 10,588.35 ล้านรูปีศรีลังกา)

สำหรับการเข้าลงทุนใน CCF ครั้งนี้ จะส่งผลดีต่อผลการดำเนินงานของ GL ตั้งแต่ไตรมาส 4/59 เป็นต้นไป โดยจะสามารถบันทึกส่วนแบ่งกำไรจากการลงทุนใน CCF ประมาณ 7 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 244.6 ล้านบาท จาก คาดการณ์กำไรสุทธิปี 2559 ของ CCF อยู่ที่ 22 ล้านเหรียญสหรัฐ และเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 30 ล้านเหรียญสหรัฐในปี 2560 นอกจากนี้ GL จะได้รับประโยชน์จากเข้าถึงโนว์ฮาวธุรกิจไมโครไฟแนนซ์ เพื่อนำไปใช้ต่อยอดขยายธุรกิจในประเทศกัมพูชา สปป.ลาว อินโดนีเซียและไทยต่อไป

ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ GL กล่าวอีกว่า ขณะเดียวกัน ผู้ถือหุ้นได้มีมติอนุมัติให้ GL และ/หรือ GLH ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่จดทะเบียนในประเทศสิงคโปร์ เข้าซื้อหุ้นสามัญที่ออกและจำหน่ายแล้วทั้งหมดจำนวน 1,387,680 หุ้นของบริษัท BG Microfinance Myanmar Co., Ltd. (BGMM) ซึ่งเป็นผู้ดำเนินธุรกิจให้บริการไมโครไฟแนนซ์ในประเทศเมียนมาร์ ในราคาหุ้นละประมาณ 5.77 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 199.79 บาทต่อหุ้น คิดเป็นเงินลงทุนรวมทั้งสิ้นประมาณ 277.24 ล้านบาท

ทั้งนี้ การเข้าซื้อหุ้น BGMM จะส่งผลดีต่อ GL ที่สามารถรุกขยายธุรกิจไมโครไฟแนนซ์ในเมียนมาร์ ซึ่งเป็นตลาดที่มีประชากรจำนวนกว่า 60 ล้านคนและมีความต้องการสินเชื่อเป็นจำนวนมากได้ในทันที ซึ่งปัจจุบันในการได้รับใบอนุญาตใหม่เพื่อประกอบกิจการสินเชื่อรายย่อยจากธนาคารกลางของเมียนมาร์นั้นเป็นไปได้ยาก โดย BGMM ดำเนินธุรกิจมากว่า 2 ปี มีฐานลูกค้าเกือบ 10,000 ราย และมีพอร์ตสินเชื่อกว่า 1.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐหรือประมาณ 41.9 ล้านบาท

นอกจากนี้ ที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นได้มีมติอนุมัติการออกหุ้นกู้แปลงสภาพแบบเฉพาะเจาะจงให้แก่ผู้ลงทุนในต่างประเทศ มูลค่ารวมทั้งสิ้นไม่เกิน 70 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยแบ่งเป็นการออกหุ้นกู้แปลงสภาพมูลค่าไม่เกิน 50 ล้านเหรียญสหรัฐให้แก่ J Trust Asia (JTA) ซึ่งเป็นพันธมิตรเชิงยุทธศาสตร์ในประเทศอินโดนีเซีย เพื่อนำไปใช้เป็นเงินทุนในการขยายธุรกิจและเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินธุรกิจดิจิทัลไฟแนนซ์ของ GL และการออกหุ้นกู้แปลงสภาพอีก 20 ล้านเหรียญสหรัฐสำหรับพันธมิตรอีกรายหนึ่งในศรีลังกาคือบริษัท Creation SL เพื่อเตรียมเงินทุนก้อนใหม่สำหรับการรุกขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่อง โดยหุ้นกู้แปลงสภาพรุ่นใหม่นี้มีอายุ 3 ปีและได้กำหนดราคาแปลงสภาพที่ 70 บาทต่อ 1 หุ้น

“หลังจากผู้ถือหุ้นอนุมัติแผนลงทุนจะส่งผลดีต่อการรุกขยายธุรกิจของ GL ในภูมิภาคอาเซียนและเอเชีย เพื่อสร้างการเติบโตอย่างก้าวกระโดด พร้อมทั้งตั้งเป้าจะผลักดันผลการดำเนินงานให้เติบโตตามเป้าหมาย และก้าวไปสู่การเป็นบริษัทดิจิทัลไฟแนนซ์ระดับโลก” นายมิทซึจิ กล่าว

Categories
ข่าวแจ้งตลาดหลักทรัพย์

06 ธันวาคม 2559 : สรุปมติที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 2/2559

Categories
ข่าวแจ้งตลาดหลักทรัพย์

01 ธันวาคม 2559 : แบบรายงานผลการขายหลักทรัพย์ต่อตลาดหลักทรัพย์ (F53-5)

Categories
ข่าวแจ้งตลาดหลักทรัพย์

29 พฤศจิกายน 2559 : SEC News : ก.ล.ต. เตือนผู้ถือหุ้น GL ไปใช้สิทธิออกเสียงในรายการเกี่ยวโยงกันกรณีซื้อหุ้นบริษัทในต่างประเทศและออกหุ้นกู้แปลงสภาพ

Categories
ข่าวแจ้งตลาดหลักทรัพย์

29 พฤศจิกายน 2559 : ตลท.เตือนผู้ถือหุ้น GL ศึกษาข้อมูล IFA เห็นว่าผู้ถือหุ้นไม่ควรอนุมัติรายการเกี่ยวโยง (การซื้อเงินลงทุนและออกหุ้นกู้แปลงสภาพ)

Categories
ข่าวแจ้งสื่อมวลชน

28 พฤศจิกายน 2559 : GL รุกทะยานครั้งใหญ่ สู่เป้าหมายบริษัทระดับโลก

GL รุกทะยานครั้งใหญ่ สู่เป้าหมายบริษัทระดับโลก

28 Nov 2016

มจ.กรุ๊ปลีส หรือ GL ผู้นำธุรกิจดิจิทัลไฟแนนซ์ในอาเซียน ประกาศความพร้อมรุกทะยานครั้งใหญ่สู่บริษัทดิจิทัลไฟแนนซ์ระดับโลก หลังจากที่ได้รุกขยายธุรกิจสู่ประเทศในกลุ่ม CLMV และอินโดนีเซีย ผนวกกับการโหมทำควบรวมกิจการ โดยเฉพาะในประเทศศรีลังกาและเมียนมาร์ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา โดยคาดหวังผลจากการขยายธุรกิจควบคู่กับการควบรวมกิจการ (M&A) จะสร้างความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ให้แก่บริษัทฯ จากผู้ให้บริการเช่าซื้อรถจักรยานยนต์ในประเทศไทย ก้าวสู่ฐานะใหม่เป็นบริษัท Digital Finance ใหญ่ระดับโลก ซึ่งมีวัตถุประสงค์ให้บริการเงินกู้และบริการด้านการเงินอื่นๆ แก่กลุ่มเป้าหมาย ซึ่งเป็นลูกค้าระดับรากหญ้าจำนวนทั้งสิ้น 2,500 ล้านคนในภูมิภาคเอเชียและภูมิภาคอื่นๆ ในท้ายที่สุด

นายทัตซึยะ โคโนชิตะ ประธานคณะกรรมการบริหาร บริษัท กรุ๊ปลีส จำกัด (มหาชน) หรือ GL ผู้นำธุรกิจดิจิทัลไฟแนนซ์ในอาเซียน กล่าวชี้แจงกว่า ไฮไลท์ส่วนหนึ่งของการพุ่งทะยานครั้งใหญ่นี้จะส่งผลทำให้มาร์เก็ตแคปของ GL ซึ่งปัจจุบันมีมูลค่าอยู่ที่ประมาณ 2,000 ล้านเหรียญสหรัฐ พุ่งขึ้น 5 เท่าภายใน 3 ปีข้างหน้า ไปอยู่ที่ 10,000 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยนโยบายหลักในการเพิ่มจำนวนลูกค้าอย่างรวดเร็วจะมุ่งเน้นให้ความสำคัญกับกลุ่มเป้าหมายที่เป็นประชาชนส่วนใหญ่ในระดับรากหญ้าของประเทศต่างๆ ที่ GL ได้รุกขยายเข้าไปให้บริการในขณะนี้และจะขยายธุรกิจเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่องในอนาคต “แนวนโยบายในการดำเนินธุรกิจของเราแตกต่างจากสถาบันการเงินอื่นๆ อย่างสิ้นเชิง ในขณะที่สถาบันการเงินอื่นๆ ส่วนใหญ่สนใจให้บริการลูกค้าในเมืองใหญ่หรือพื้นที่เขตเมือง เป้าหมายหลักของเราจะมุ่งเน้นให้บริการกับประชาชนส่วนใหญ่ในพื้นที่ชนบท ซึ่งไม่สามารถเข้าถึงระบบธนาคารหรือระบบสินเชื่ออย่างเป็นทางการ โดยเรามุ่งเน้นให้บริการแก่คนส่วนใหญ่เหล่านี้ เพื่อช่วยให้เขาสามารถดำเนินธุรกิจหรือยกระดับคุณภาพชีวิต” นายทัตซึยะ กล่าว

การรุกขยายธุรกิจอย่างก้าวกระโดดจากนี้ไป จะถูกขับเคลื่อนโดยเครือข่ายเอเย่นต์และดีลเลอร์ที่กระจายอยู่ทั่วภูมิภาคนี้ ซึ่งหลักๆ ประกอบด้วยเครือข่ายกลุ่มใหม่ซึ่งเป็นร้านค้าของชำประมาณ 22,000 แห่งในประเทศเมียนมาร์ เครือข่ายเอเย่นต์อีกประมาณ 22,000 รายในประเทศศรีลังกา ตัวแทนของ TRUE Money ประมาณ 5,000 รายและเอเย่นต์ของ GL เองอีกประมาณ 1,000 รายในกัมพูชา นอกเหนือจากนี้ ยังมีตัวแทนจำหน่ายที่ประจำตาม PoS (Points of Sales) อีก 600 รายในประเทศไทย และตัวแทนจำหน่ายใน สปป.ลาวและอินโดนีเซีย ประเทศละประมาณ 300 ราย

นายทัตซึยะชี้แจงว่า ยุทธศาสตร์หลักของ GL คือการใช้ดีลเลอร์เป็นหัวหอกในการขยายธุรกิจ เนื่องจากดีลเลอร์สัมผัสโดยตรงกับลูกค้าโดยใช้แพลตฟอร์มดิจิทัลไฟแนนซ์ของเรา ซึ่งทำให้เราสามารถขยายธุรกิจได้อย่างรวดเร็วมากกว่าผู้ประกอบการรายอื่น โดยเครือข่ายเอเย่นต์ทั้งหมดกว่า 50,000 รายในขณะนี้ นับว่าเป็นจำนวนที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจากเอเย่นต์และดีลเลอร์ที่มีเพียง 1,000 รายในช่วงสิ้นปีที่ผ่านมา และสิ่งที่มีนัยสำคัญยิ่งกว่านี้คือศักยภาพในการรุกขยายจำนวนลูกค้าให้เพิ่มพูนแบบทวีคูณถึง 100 เท่า จากจำนวนประมาณ 200,000 รายเมื่อสิ้นปีที่แล้ว โดยสามารถเพิ่มขยายไปถึง 20 ล้านรายในปัจจุบัน “เราเป็นบริษัทดิจิทัลไฟแนนซ์เพียงแห่งเดียวซึ่งสามารถขยายธุรกิจได้อย่างรวดเร็วเหมือนกับเป็นบริษัทไอที แต่ในขณะเดียวกันยังสามารถสร้างผลกำไรอย่างมากจากธุรกิจเหมือนบริษัทไฟแนนซ์” นายทัตซึยะ กล่าว

การรุกทะยานครั้งใหญ่ในช่วง 3 ปีข้างหน้าจากนี้ไป จะสอดรับกับการขยายธุรกิจที่ก้าวกระโดดในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ซึ่งปรากฏชัดจากผลประกอบการที่โดดเด่นของ GL ที่ทำให้บริษัทฯ ได้รับการยอมรับว่าเป็นบริษัทชั้นแนวหน้าในหมวดบริษัทเงินทุนของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยกำไรสุทธิไตรมาส 3 ที่ผ่านมาจำนวน 260.41 ล้านบาท นับเป็นการทำสถิติสูงสุดใหม่อย่างต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 8 โดยทำให้กำไรสุทธิรวม 9 เดือนแรกของปีนี้ พุ่งสูงขึ้นถึง 738 ล้านบาท โดยผู้บริหารของบริษัทฯ แสดงความมั่นใจว่ากำไรสุทธิของปี 2559 ทั้งปีจะบรรลุเป้าหมาย 1,000 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นประมาณเท่าตัวจากกำไรสุทธิประมาณ 600 ล้านบาทเมื่อปีที่แล้ว

นอกเหนือจากการเติบโตของธุรกิจเดิมของ GL (organic growth) ผลประกอบการในไตรมาส 4 นี้ จะได้รับแรงหนุนที่สำคัญจากการควบรวมกิจการในรอบหลายเดือนที่ผ่านมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเริ่มบันทึกส่วนแบ่งกำไรจากการเข้าถือหุ้น 29.99% ในบริษัท Commercial Credit & Finance Plc (CCF) ซึ่งเป็นบริษัทไฟแนนซ์ที่มีกำไรดีและจดทะเบียนในตลาดหุ้นประเทศศรีลังกา โดยธุรกิจเดิมซึ่งมีการขยายตัวอย่างต่อเนื่องควบคู่กับอานิสงส์จากการควบรวมกิจการเมื่อเร็วๆ นี้ ทำให้ผู้บริหาร GL คาดการณ์ว่าผลกำไรในปี 2560 มีโอกาสทะยานขึ้นต่ออีกเท่าตัวเป็นไม่ต่ำกว่า 2,000 ล้านบาท ซึ่งนายทัตซึยะชี้แจงว่าการเข้าถือหุ้น 29.99% ใน CCF จะเป็นแหล่งใหม่ที่สามารถสร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำ โดยเป็นที่คาดการณ์ว่า CCF จะสามารถทำกำไรประมาณ 30 ล้านเหรียญสหรัฐในปีหน้า หรือเพิ่มจากคาดการณ์กำไรประมาณ 22 ล้านเหรียญสหรัฐในปีนี้ โดย GL จะสามารถบันทึกส่วนแบ่งกำไรเต็มทั้งปีประมาณ 1 ใน 3 จากผลกำไรของ CCF ในปี 2560

สำหรับการรุกขยายธุรกิจเข้าสู่ประเทศเมียนมาร์คาดว่าจะสามารถสร้างผลกำไรให้กับกลุ่ม GL อย่างเป็นกอบเป็นกำตั้งแต่ปีหน้าเช่นกัน เนื่องจากตลาดเมียนมาร์กำลังบูมสุดขีดและมีความต้องการสินเชื่อประเภทต่างๆ เป็นอย่างมาก โดยเมื่อเร็วๆ นี้ GL ได้เข้าซื้อกิจการทั้งหมดของบริษัทไมโครไฟแนนซ์ในเมียนมาร์ ชื่อบริษัท BGMM และนอกเหนือจากนั้นยังได้ทำข้อตกลงพันธมิตรเชิงยุทธศาสตร์กับนักธุรกิจชั้นนำชาวเมียนมาร์คือนาย Aung Moe Kyaw และหุ้นส่วนรายอื่น (AMK consortium) เพื่อรุกขยายการให้บริการสินเชื่อด้านอื่นๆ นอกเหนือจากไมโครไฟแนนซ์ สำหรับนาย Aung Moe Kyaw นั้น เป็นเจ้าของบริษัท Century Finance ซึ่งเป็นบริษัทเงินทุนที่ได้รับใบอนุญาตจากธนาคารกลางเมียนมาร์และเป็นประธานบริษัท Myanmar Distillery ซึ่งเป็นบริษัทสุราและเครื่องดื่มชั้นนำของเมียนมาร์ โดยความร่วมมือกับ AMK consortium ครั้งนี้มีนัยสำคัญอย่างยิ่งสำหรับการรุกขยายธุรกิจสินเชื่อประเภทต่างๆ ครอบคลุมทั่วเมียนมาร์ โดยอาศัยเครือข่ายการจัดจำหน่ายสุราและเครื่องดื่มผ่านร้านค้าของชำประมาณ 22,000 แห่งทั่วประเทศ ซึ่ง GL ตั้งเป้าว่าเจ้าของร้านค้าของชำเหล่านี้ ซึ่งทำหน้าที่เป็นดีลเลอร์ของ GL สามารถเป็นลูกค้าของ GL โดยตรงและยังสามารถทำหน้าที่เป็นตัวแทนของ GL ในการขายบริการสินเชื่อรูปแบบต่างๆ ด้วย

ในขณะเดียวกัน บริษัท GL Finance Indonesia (GLFI) ซึ่งเริ่มดำเนินธุรกิจเมื่อวันที่ 25 กรกฎาคมที่ผ่านมา ได้โชว์ประสิทธิภาพและศักยภาพการขยายธุรกิจในอินโดนีเซียอย่างชัดเจน โดยสามารถทำกำไรได้ในไตรมาส 3 ที่ผ่านมา นายทัตซึยะ กล่าวชี้แจงว่า นับเป็นเรื่องน่าอัศจรรย์ที่ GLFI สามารถทำกำไรได้ในระยะเวลาอันสั้น ซึ่งแตกต่างจากบริษัทไฟแนนซ์โดยทั่วไปที่ต้องใช้เวลาหลายปี ก่อนที่จะเริ่มทำกำไรได้ เนื่องจากตลาดอินโดนีเซียเป็นตลาดที่มีขนาดใหญ่มหึมา โดยมีประชากรกว่า 250 ล้านคน ผู้บริหาร GL ตั้งความคาดหวังว่ากำไรจากอินโดนีเซียจะสามารถแซงหน้ากำไรจากประเทศไทยและกัมพูชารวมกันในปี 2561

สำหรับสาเหตุหลักที่ GLFI สามารถทำกำไรได้ในช่วงเวลาสั้นๆ นั้น เป็นผลสืบเนื่องจากแพลตฟอร์มดิจิทัลไฟแนนซ์ที่กลุ่ม GL พัฒนาขึ้นมาเอง ซึ่งมีลักษณะโดดเด่นในแง่ประสิทธิภาพและความฉับไวในการให้บริการขั้นตอนต่างๆ เริ่มตั้งแต่การประเมินคำขอเงินกู้ของลูกค้า ไปจนถึงการจ่ายค่างวดหรือการโอนเงินของลูกค้า

ทั้งนี้ ในยอดกำไร 260.41 ล้านบาทในไตรมาส 3 ประกอบด้วยผลประกอบการจากประเทศไทย 100 ล้านบาท จากกัมพูชา 130 ล้านบาท ในขณะที่บริษัทย่อยในประเทศไทยคือธนบรรณ และบริษัทย่อยใน สปป.ลาว สามารถสร้างผลกำไรได้แห่งละ 15 ล้านบาท นายทัตซึยะกล่าวชี้แจงว่า ธุรกิจในประเทศไทยจะขยายตัวอย่างต่อเนื่อง แต่ในอัตราที่ต่ำกว่าการขยายตัวที่รวดเร็วในตลาดต่างประเทศทุกแห่ง ดังนั้น ส่วนแบ่งกำไรของประเทศไทยจากกำไรทั้งหมดของบริษัทฯ จะลดลงจากประมาณ 40% ในปีนี้ เหลือ 20% ในปีหน้า และลดต่ำลงอีกหลังจากนั้น

คณะกรรมการของ GL ได้มีมติเมื่อเร็วๆ นี้ ให้ออกหุ้นกู้แปลงสภาพมูลค่ารวมทั้งสิ้น 70 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยแบ่งเป็น 50 ล้านเหรียญสหรัฐสำหรับพันธมิตรเชิงยุทธศาสตร์ในประเทศอินโดนีเซียหรือ JTrust Asia (JTA) และอีก 20 ล้านเหรียญสหรัฐสำหรับพันธมิตรอีกรายหนึ่งในศรีลังกาคือบริษัท Creation Investments Sri Lanka (Creation SL) ทั้งนี้ เพื่อเตรียมเงินทุนก้อนใหม่สำหรับสนับสนุนการรุกขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่อง โดยหุ้นกู้แปลงรุ่นใหม่นี้มีอายุ 3 ปีและได้กำหนดราคาแปลงสภาพที่ 70 บาทต่อ 1 หุ้น โดยก่อนหน้านั้น GL ได้ออกหุ้นกู้แปลงสภาพมูลค่าทั้งสิ้น 130 ล้านเหรียญสหรัฐให้กับ JTA ซึ่งหุ้นกู้ชุดดังกล่าวมีราคาแปลงสภาพที่ 40 บาทต่อหุ้น

Categories
ข่าวแจ้งตลาดหลักทรัพย์

16 พฤศจิกายน 2559 : ความเห็นของคณะกรรมการบริษัท และคณะกรรมการตรวจสอบเกี่ยวกับรายงานของที่ปรึกษาทางการเงินอิสระ(แก้ไข)

Categories
ข่าวแจ้งตลาดหลักทรัพย์

15 พฤศจิกายน 2559 : ความเห็นของคณะกรรมการบริษัท และคณะกรรมการตรวจสอบเกี่ยวกับรายงานของที่ปรึกษาทางการเงินอิสระ