Categories
ข่าวแจ้งสื่อมวลชน

07 กันยายน 2559 : พิธีลงนามบันทึกความเข้าใจและการแถลงข่าว ของ บริษัทกรุ๊ปลีส จำกัด (มหาชน) วันที่ 7 กันยายน 2559

พิธีลงนามบันทึกความเข้าใจและการแถลงข่าว ของ บริษัทกรุ๊ปลีส จำกัด (มหาชน) วันที่ 7 กันยายน 2559

07 Sep 2016

Categories
ข่าวแจ้งสื่อมวลชน

07 กันยายน 2559 : GL จับมือพันธมิตรใหม่จากศรีลังกา รุกใหญ่ตลาดไมโครไฟแนนซ์ในเมียนมาร์

GL จับมือพันธมิตรใหม่จากศรีลังกา รุกใหญ่ตลาดไมโครไฟแนนซ์ในเมียนมาร์

07 Sep 2016

บมจ.กรุ๊ปลีส ผู้นำธุรกิจดิจิทัลไฟแนนซ์ในภูมิภาคอาเซียน ประกาศเทคโอเวอร์กิจการไมโครไฟแนนซ์ในเมียนมาร์จากเจ้าของเดิม ซึ่งเป็นยักษ์ใหญ่ธุรกิจไมโครไฟแนนซ์ในศรีลังกา โดยผนึกกำลังกับเจ้าของเดิมรุกขยายธุรกิจไมโครไฟแนนซ์อย่างเต็มสูบในเมียนมาร์พร้อมเตรียมใช้ระบบไมโครไฟแนนซ์ที่มีประสิทธิภาพสูง ขยายสู่ตลาดอื่นในภูมิภาคอาเซียนซึ่ง GL ดำเนินธุรกิจสินเชื่อเพื่อผู้บริโภค (Consumer Finance) อยู่แล้ว โดยเฉพาะตลาดอินโดนีเซียซึ่งมีศักยภาพการขยายตัวสูงมาก

นายมิทซึจิ โคโนชิตะ ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กรุ๊ปลีส จำกัด (มหาชน) หรือ GL ผู้นำธุรกิจดิจิทัลไฟแนนซ์ในภูมิภาคอาเซียน แถลงว่า GL Holdings (GLH) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ GL ที่จดทะเบียนในประเทศสิงคโปร์ ได้ลงนามในบันทึกช่วยจำ (MOU) เพื่อซื้อหุ้น 71.9% ของบริษัท BG Microfinance Myanmar Co., Ltd (BGMM) ซึ่งมีใบอนุญาตถาวรในการดำเนินธุรกิจไมโครไฟแนนซ์ในเมียนมาร์และได้ประกอบกิจการมาแล้ว 2 ปี โดยซื้อหุ้นดังกล่าวจากบริษัท BG International Private Ltd., ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของบริษัทไฟแนนซ์ชั้นนำยักษ์ใหญ่ธุรกิจไมโครแนนซ์ในประเทศศรีลังกา ชื่อบริษัท Commercial Credit โดยบริษัท Commercial Credit นี้ เป็นบริษัทมหาชนที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ศรีลังกา ซึ่งประสบความสำเร็จในการดำเนินธุรกิจและมีชื่อเสียงที่ดีมาก โดยบริษัทฯ ดังกล่าวยังคงเป็นผู้ถือหุ้นที่เหลืออีก 28.1% ใน BGMM ที่เมียนมาร์ต่อไปและได้กลายเป็นหุ้นส่วนพันธมิตรกับ GL

“ผมรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้พันธมิตรใหม่ ซึ่งเป็นบริษัทที่มีชื่อเสียงและมีมาตรฐานการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะธุรกิจไมโครไฟแนนซ์ซึ่งเราสามารถผสมผสานกับแพลตฟอร์มดิจิทัลไฟแนนซ์ของ GL ในการรุกขยายธุรกิจไมโครไฟแนนซ์ในเมียนมาร์และประเทศอื่นที่เราได้ขยายเข้าไปดำเนินธุรกิจแล้วโดยเฉพาะประเทศอินโดนีเซียซึ่งมีศักยภาพการขยายตลาดได้อย่างมาก” นายมิทซึจิ กล่าว

การเทคโอเวอร์ครั้งนี้คาดว่าจะมีผลในอนาคตอันใกล้นี้ หลังจากที่ฝ่าย GL ได้ดำเนินการตรวจสอบสถานะกิจการของ BGMM (Due Diligence) โดยนายมิทซึจิคาดว่าจะสามารถเริ่มบุ๊คกำไรจากธุรกิจใหม่ในเมียนมาร์ ตั้งแต่ไตรมาส 4 ของปีนี้

ทั้งนี้ เมียนมาร์นับเป็นประเทศที่ 5 ในเครือข่ายธุรกิจในภูมิภาคอาเซียนของ GL โดย GL ได้เริ่มขยายจากธุรกิจเช่าซื้อรถจักรยานยนต์ในประเทศไทย สู่ประเทศข้างเคียงคือกัมพูชา สปป.ลาว และอินโดนีเซีย โดยได้พัฒนาแพลตฟอร์มดิจิทัลไฟแนนซ์ที่มีประสิทธิภาพสูงแต่ต้นทุนต่ำและขณะเดียวกันก็ขยายธุรกิจเช่าซื้อไปครอบคลุมสินค้าและบริการอื่นๆ อาทิ เครื่องจักรกลการเกษตร KUBOTA แผงโซล่าร์เซลล์ PANASONIC และประสบความสำเร็จเป็นที่น่าพอใจ โดยบริษัทฯ ได้รายงานกำไรสุทธิในไตรมาส 2 ที่ผ่านมาที่ 255.85 ล้านบาท ซึ่งเป็นสถิติสูงสุดในประวัติการณ์และกำไรสุทธิในครึ่งปีแรกอยู่ที่ 487 ล้านบาท

โดยการเทคโอเวอร์รายล่าสุดในเมียนมาร์ครั้งนี้ จะมีนัยสำคัญต่อผลกำไรของกลุ่ม GL ในอนาคตระยะยาว ถึงแม้ว่าในขณะนี้บริษัท BGMM ยังมีขนาดเล็กอยู่ แต่ก็มีกำไรที่ดีโดยสามารถทำกำไรได้เดือนละ 20,000 เหรียญสหรัฐ และมีจำนวนลูกค้าทั้งหมด 9,800 คน โดยมียอดสินเชื่อรวมทั้งสิ้นประมาณ 1.5 ล้านเหรียญสหรัฐ ในรูปของเงินกู้ที่ปล่อยกู้เป็นกลุ่ม มีลูกหนี้กลุ่มละ 5 คน ซึ่งแต่ละคนจะกู้เป็นเงิน 200 เหรียญสหรัฐ เพื่อซื้อรถจักรยานยนต์มือสองหรือเครื่องใช้ส่วนตัวอย่างอื่น โดยที่ลูกหนี้ในแต่ละกลุ่มจะรับผิดชอบซึ่งกันและกัน ส่วนเงินกู้มีระยะเวลาทั้งสิ้น 50 สัปดาห์ กำหนดชำระคืนทุกสัปดาห์ โดยลูกหนี้ส่วนใหญ่เป็นสตรีแม่บ้านที่เป็นจุดศูนย์รวมของครอบครัวในพื้นที่ชนบททั่วไป ซึ่งเป็นจุดแข็งของระบบการบริหารจัดการไมโครไฟแนนซ์ของกลุ่มพันธมิตรใหม่ของ GL

นายมิทซึจิกล่าวชี้แจงว่า อันที่จริงแล้วบริษัท BGMM สามารถที่จะขยายยอดสินเชื่อได้อย่างมาก แต่ไม่สามารถทำเช่นนั้นได้ เนื่องจากมีข้อจำกัดในการส่งเงินออกจากประเทศศรีลังกา แต่ปัญหาดังกล่าวจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิงหลังจากการเทคโอเวอร์โดย GL พร้อมอัดฉีดเม็ดเงินใหม่จำนวน 6.8 ล้านเหรียญสหรัฐในทันที เพื่อขยายสาขาจากปัจจุบันซึ่งมีอยู่ 3 สาขา (2 สาขาในกรุงย่างกุ้งและอีก 1 สาขาในเมือง BAGO) ให้ครอบคลุมอีก 12 จังหวัดในภูมิภาคต่างๆ ทั่วประเทศเมียนมาร์ โดยนายมิทซึจิคาดว่ายอดปล่อยสินเชื่อทั้งสิ้นจะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วเป็น 30-40 ล้านเหรียญสหรัฐภายในปีหน้าและกำไรต่อเดือนคาดว่าจะพุ่งขึ้นถึง 10 เท่า หรือเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 200,000 เหรียญสหรัฐต่อเดือน

นายมิทซึจิกล่าวทิ้งท้ายว่า การผนึกกำลังความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ของ GL ซึ่งมีจุดเด่นทางด้านแพลตฟอร์มดิจิทัลไฟแนนซ์ ผนวกกับโมเดลการปล่อยสินเชื่อไมโครไฟแนนซ์เป็นรายกลุ่ม (Group Finance) ของกลุ่มบริษัท Commercial Credit จะสามารถสร้าง Synergy ที่ช่วยผลักดันการขยายธุรกิจของ GL ได้อย่างรวดเร็วในอนาคต

Categories
ข่าวแจ้งตลาดหลักทรัพย์

06 กันยายน 2559 : หุ้นเพิ่มทุนของ GL เริ่มซื้อขายวันที่ 7 กันยายน 2559

Categories
ข่าวแจ้งตลาดหลักทรัพย์

31 สิงหาคม 2559 : แบบรายงานผลการขายหลักทรัพย์ต่อตลาดหลักทรัพย์ (F53-5)

Categories
ข่าวแจ้งสื่อมวลชน

29 สิงหาคม 2559 : GL จับมือ True Money รุกใหญ่ตลาดกัมพูชา

GL จับมือ True Money รุกใหญ่ตลาดกัมพูชา

29 Aug 2016

บมจ.กรุ๊ปลีส ผู้บุกเบิกธุรกิจดิจิทัลไฟแนนซ์ในกลุ่มประเทศอาเซียน ประกาศความร่วมมือกับ True Money ในกัมพูชาซึ่งเป็นบริษัทย่อยค่ายมือถือยักษ์ใหญ่จากประเทศไทย รุกขยายตลาดเช่าซื้อรถมอเตอร์ไซค์ เครื่องจักรกลเกษตรและแผงโซล่าร์เซลล์ในกัมพูชา โดยอาศัยเครือข่าย True Money Shop ประมาณ 5,000 แห่ง ที่กระจายทั่วประเทศ เป็นเอเย่นต์ขายบริการเช่าซื้อธุรกิจประเภทต่างๆ คาดว่าจะสามารถเพิ่มยอดขายอย่างก้าวกระโดดตั้งแต่ไตรมาส 4 นี้เป็นต้นไป

บริษัทย่อยของกลุ่ม GL ในประเทศกัมพูชาหรือ GL Finance (GLF) ในปัจจุบันดำเนินธุรกิจผ่านจุดบริการขาย (Point of Sales) หรือ POS ในจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศประมาณ 240 แห่ง “ผลจากข้อตกลงความร่วมมือกับ True Money ครั้งนี้ จะทำให้เอเย่นต์ของ True Money Shop ประมาณ 5,000 แห่ง ครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศกัมพูชา ทำหน้าที่ควบคู่กันไปในการเป็นตัวแทนขายสินค้าและบริการต่างๆ ของเราด้วย ซึ่งหมายความว่าขีดความสามารถด้านการตลาดและการขายของเราจะเพิ่มขึ้นทันทีอย่างมหาศาล แต่ค่าใช้จ่ายประจำของเรายังอยู่คงที่ โดยร้านค้าย่อยของ True Money เหล่านี้ครอบคลุมไปถึงหมู่บ้านและชุมชนห่างไกล ซึ่งจะส่งผลให้ GLF สามารถขยายการขายและบริการไปยังพื้นที่เหล่านี้” นายทัตซึยะ โคโนชิตะ ประธานคณะกรรมการบริหาร บริษัท กรุ๊ปลีส จำกัด (มหาชน) หรือ GL กล่าวชี้แจง

ทั้งนี้ หลังจากที่ขยับขยายจากฐานในประเทศไทยไปสู่กัมพูชาในหลายปีที่ผ่านมา ผลประกอบการในกัมพูชานั้นถือว่าประสบความสำเร็จเป็นอย่างดียิ่ง โดยเห็นได้จากกำไรสุทธิของ GL ในไตรมาสที่ 2 ของปีนี้รวมทั้งสิ้น 255.85 ล้านบาท ประกอบด้วย ประมาณ 120 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลกำไรจากธุรกิจในกัมพูชา ที่เพิ่มขึ้นถึง 3 เท่าตัว เมื่อเทียบกับ ไตรมาส 2 ของปีที่แล้วซึ่งมีกำไรเพียง 40 ล้านบาท

นายทัตซึยะกล่าวคาดการณ์ว่า การขยายเครือข่ายตัวแทนขายสินค้าและบริการของ GLF ผ่านเครือข่าย True Money ในครั้งนี้ จะมีนัยสำคัญเป็นอย่างมากต่อการเพิ่มยอดขาย รายได้และกำไร โดยคาดว่าจำนวนผู้ขอเงินกู้ใหม่จะเพิ่มขึ้นประมาณ 50% ในไตรมาสที่ 4 ปีนี้และภายในปีหน้ายอดรวมจำนวนผู้ขอเงินกู้ใหม่ทั้งสิ้นจะเพิ่มขึ้นเท่าตัว โดยแบ่งเป็นประมาณครึ่งๆ ระหว่าง POS ของ GLF และเครือข่ายเอเย่นต์ของ True Money

ในขณะเดียวกัน นายริกิ อิชิกามิ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ GLF กล่าวแสดงความมั่นใจว่า ความร่วมมือกับ True Money ในครั้งนี้จะเอื้อประโยชน์กับทั้ง 2 ฝ่าย “ผมเชื่อมั่นว่าการเอื้อประโยชน์ต่อกันและกันในการให้บริการกับลูกค้าของเราทั้ง 2 ฝ่าย จะเพิ่มขีดความสามารถในการขยายตลาดอย่างสัมฤทธิ์ผล โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสร้างโอกาสใหม่ๆ สำหรับ GLF ในการเพิ่มลูกค้าจำนวนมากผ่านพนักงานขายของ True Money ซึ่งเขาจะได้รับผลตอบแทนในรูปคอมมิชชั่นและในขณะเดียวกันก็จะส่งผลดีต่อการเพิ่มธุรกิจการโอนเงินผ่านระบบของ True Money ด้วย”

นายริกิ อิชิกามิ ได้ลงนามในเอ็มโอยูกับกรรมการผู้จัดการของ True Money (Cambodia) Limited Mr. Kong Mean ที่กรุงพนมเปญเมื่อวันที่ 26 สิงหาคมที่ผ่านมา โดยข้อตกลงความร่วมมือใหม่ในครั้งนี้ จะเริ่มมีผลตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2559 เป็นต้นไป ซึ่งส่วนหนึ่งของถ้อยแถลงความร่วมมือในครั้งนี้ระบุว่า กลุ่มลูกค้าเป้าหมายของ GLF คือชาวบ้านที่เป็นชุมชนระดับรากหญ้า ซึ่งส่วนใหญ่ไม่สามารถเข้าถึงระบบธนาคารและถือว่าเป็นกลุ่มเป้าหมายเดียวกันกับลูกค้าของ True Money ดังนั้น ความร่วมมือในครั้งนี้จะเสริมและเอื้อประโยชน์ให้กับ GLF True Money และพนักงานขายของ True Money รวมถึงจะส่งผลให้ธุรกิจเติบโตก้าวหน้าอย่างมั่นคง

ด้านนายทัตซึยะกล่าวชี้แจงว่า พนักงานของ True Money จะยังคงทำหน้าที่ด้านการชำระเงินผ่านมือถือตามเดิม แต่จะเพิ่มบทบาทใหม่ในฐานะเป็นตัวแทนขายของ GLF โดยพนักงานจะโหลดแอพพลิเคชั่นดิจิทัลไฟแนนซ์ของ GLF ลงในมือถือของตนเองและ Input ข้อมูลต่างๆ ของผู้ขอเงินกู้ พร้อมทั้งส่งข้อมูลเหล่านั้นมาที่ POS ของ GLF หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ฝ่ายสินเชื่อของ POS จะออกไปทำการประเมินคำขอเงินกู้ของลูกค้าก่อนให้การอนุมัติ

นายทัตซึยะกล่าวเสริมว่า ทางฝ่าย GLF จะสามารถใช้ประโยชน์จากพนักงานฝ่ายสินเชื่อของตนเองได้อย่างเต็มที่ ซึ่งแต่ละคนจะออกไปประเมินลูกค้าได้วันละ 2-3 ราย นับเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานได้อีกหลายเท่า เนื่องจากที่ผ่านมาพนักงานฝ่ายสินเชื่อโดยเฉลี่ยแต่ละคนสามารถประเมินลูกค้าได้วันละเพียง 0.25 ราย ซึ่งในแต่ละ POS ของ GL นั้นมีพนักงานฝ่ายสินเชื่อ 3 คน

สำหรับ GLF ในปัจจุบันปล่อยสินเชื่อเช่าซื้อรถมอเตอร์ไซค์ HONDA ประมาณ 3,000 คันต่อเดือน ซึ่งเทียบเท่ากับแค่เพียง 10% ของตลาดรวมรถมอเตอร์ไซค์ในกัมพูชา โดยส่วนใหญ่ที่เหลืออีก 90% ของตลาดนั้นเป็นการซื้อขายโดยใช้เงินสด ซึ่งหมายความว่ายังมีช่องว่างอีกมหาศาลสำหรับ GLF ในการขยายตลาดเช่าซื้อรถมอเตอร์ไซค์ในอนาคต โดย GLF เป็นเจ้าผู้ครองตลาดรถมอเตอร์ไซค์ HONDA ซึ่งเป็นยี่ห้อยอดนิยมในกัมพูชา เนื่องจากมีข้อตกลงได้รับสิทธิ์จัดสินเชื่อเช่าซื้อสำหรับรถมอเตอร์ไซค์ HONDA ทั้งหมดในกัมพูชาแต่เพียงผู้เดียว

นอกจากนี้ GLF ยังครองตลาดในฐานะเป็นผู้นำการปล่อยสินเชื่อเช่าซื้อเครื่องจักรกลการเกษตรยี่ห้อ KUBOTA ซึ่งเป็นตลาดที่มีศักยภาพในการเติบโตสูงเช่นกัน เนื่องจากปัจจุบันตลาดส่วนที่ใช้บริการเช่าซื้อยังเป็นเพียง 20% ของตลาดรวม ขณะที่ส่วนใหญ่ที่เหลืออีก 80% เป็นการซื้อขายโดยใช้เงินสดเหมือนกับตลาดรถมอเตอร์ไซค์ ส่วนตลาดสินเชื่อสำหรับแผงโซล่าร์เซลล์ก็ยังเป็นตลาดใหม่ ซึ่งมีโอกาสที่จะขยับขยายได้อย่างมหาศาลโดยเฉพาะผ่านเครือข่ายพนักงานขายของ True Money อันเป็นผลจากข้อตกลงใหม่ในครั้งนี้

Categories
ข่าวแจ้งตลาดหลักทรัพย์

16 สิงหาคม 2559 : ตลาดหลักทรัพย์เพิ่มสินค้า : GL-W4 เริ่มซื้อขายวันที่ 17 สิงหาคม 2559

Categories
ข่าวแจ้งตลาดหลักทรัพย์

16 สิงหาคม 2559 : แจ้งกำหนดวันใช้สิทธิ GL-W4 ครั้งที่ 1

Categories
ข่าวแจ้งตลาดหลักทรัพย์

16 สิงหาคม 2559 : แจ้งกำหนดวันใช้สิทธิ GL-W4 ครั้งที่ 1 (แก้ไข)

Categories
ข่าวแจ้งตลาดหลักทรัพย์

15 สิงหาคม 2559 : คำอธิบายและวิเคราะห์ของฝ่ายจัดการ ไตรมาสที่ 2 สิ้นสุดวันที่ 30 มิ.ย. 2559

Categories
ข่าวแจ้งตลาดหลักทรัพย์

15 สิงหาคม 2559 : สรุปผลการดำเนินงานของบจ.และรวมของบริษัทย่อย ไตรมาสที่ 2 (F45-3)