Categories
ข่าวแจ้งสื่อมวลชน

19 พฤษภาคม 2559 : งานแถลงข่าว ‘การเงินยุคดิจิตอลขับเคลื่อนผลกำไรของ GL ไปสู่ยอดสูงครั้งใหม่’ ซึ่งเป็นผลจากไตรมาสแรกของปี 2559 ได้จัดขึ้นไปเมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2559

งานแถลงข่าว 'การเงินยุคดิจิตอลขับเคลื่อนผลกำไรของ GL ไปสู่ยอดสูงครั้งใหม่' ซึ่งเป็นผลจากไตรมาสแรกของปี 2559 ได้จัดขึ้นไปเมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2559

19 May 2016

งานแถลงข่าว ‘การเงินยุคดิจิตอลขับเคลื่อนผลกำไรของ GL ไปสู่ยอดสูงครั้งใหม่’ ซึ่งเป็นผลจากไตรมาสแรกของปี 2559 ได้จัดขึ้นไปเมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2559 ที่ห้อง Le Lotus 2 โรงแรม Swissotel Le Concorde

ในวันดังกล่าว ประธานกรรมการบริษัท คุณ Tatsuya NKonoshita ได้กล่าวภาพรวมอนาคตกับผลการเงินของบริษัทโดยคร่าว

สามารถดูวิดีโอได้ตามด้านล่างนี้

เเละวิดีโอในส่วนของ Q&A ตามด้านล่างนี้

และเอกสารสำหรับการประชุมตามไฟล์เเนบด้านล่างนี้

Attachments

  • 20160519-gl-news1-th.pdf (Size: 2,238,318 bytes)
    Categories
    ข่าวแจ้งสื่อมวลชน

    18 พฤษภาคม 2559 : GL รุกใหญ่ตลาดอาเซียน ออก W-4 และหุ้นกู้ แปลงสภาพราคา 40 บาท คาดระดมทุนใหม่กว่า 1 หมื่นล้านบาท

    GL รุกใหญ่ตลาดอาเซียน ออก W-4 และหุ้นกู้ แปลงสภาพราคา 40 บาท คาดระดมทุนใหม่กว่า 1 หมื่นล้านบาท

    18 May 2016

    คณะกรรมการ บมจ.กรุ๊ปลีส หรือ GL ผู้บุกเบิกธุรกิจดิจิตอลไฟแนนซ์ในอาเซียน มีมติเมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 2559 ให้ออกใบสำคัญแสดงสิทธิ (GL W-4) จำนวน 170 ล้านหน่วย โดยออกให้ผู้ถือหุ้นในอัตรา 9 หุ้นเดิมต่อ 1 วอแรนท์ กำหนดเงื่อนไขการแปลงสภาพ 1 วอแรนท์ ต่อ 1 หุ้นสามัญ ในราคาแปลงสภาพ 40 บาท ภายในระยะเวลา 2 ปีนับจากวันที่ออกใบสำคัญแสดงสิทธิ พร้อมออกหุ้นกู้แปลงสภาพอีกไม่เกิน 130 ล้านเหรียญสหรัฐ ให้กลุ่มพันธมิตรญี่ปุ่นบริษัท J Trust Asia โดยกำหนดราคาแปลงสภาพ 1 หุ้นกู้ต่อ 1 หุ้นสามัญ ในราคา 40 บาท ภายใน 5 ปี ซึ่งหากผู้ถือหุ้นและกลุ่ม J Trust Asia ใช้สิทธิแปลงสภาพทั้งหมดจะทำให้ GL มีเงินทุนหมุนเวียนเพิ่มขึ้นกว่า 1 หมื่นล้านบาท เพื่อใช้สนับสนุนการรุกธุรกิจครั้งใหญ่ในอาเซียน

    “เราจำเป็นต้องใช้เงินทุนเพื่อขยายกิจการอย่างต่อเนื่อง เพราะธุรกิจมีอัตราการขยายตัวที่รวดเร็วในทุกๆ ตลาดที่ GL ดำเนินธุรกิจอยู่ โดยยังไม่นับรวมถึงตลาดใหม่ๆ ที่เราเตรียมตัวจะรุกเข้าไป ตลอดจนโอกาสในการควบรวมกิจการในภูมิภาคอาเซียน” นายมิทซึจิ โคโนชิตะ ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กล่าวชี้แจง

    สำหรับจำนวนใบสำคัญแสดงสิทธิ 170 ล้านหน่วย ซึ่งบริษัทฯ มีมติแจกฟรีให้แก่ผู้ถือหุ้นนั้น หากผู้ถือหุ้นใช้สิทธิแปลงสภาพทั้งหมด ณ ราคา 40 บาทต่อหน่วย ภายในกำหนด 2 ปี บริษัทฯ จะได้เงินทุนก้อนใหม่จำนวนทั้งสิ้น 5,950 ล้านบาท ขณะที่หุ้นกู้แปลงสภาพนั้นออกในรูปสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ กำหนดระยะเวลา 5 ปี อัตราดอกเบี้ย 5% จะเป็นแหล่งเงินทุนใหม่ทันที โดยมติของคณะกรรมการทั้ง 2 เรื่องในครั้งนี้จะนำเสนอต่อผู้ถือหุ้นในการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นวันที่ 24 มิถุนายน 2559 เพื่อขอความเห็นชอบก่อนดำเนินการ

    นอกจากนี้ คณะกรรมการบริษัทได้มีมติอนุมัติเพิ่มทุนจดทะเบียนบริษัทฯ เพื่อรองรับการใช้สิทธิตามใบสำคัญแสดงสิทธิและสิทธิแปลงสภาพของหุ้นกู้แปลงสภาพ โดยอนุมัติการจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนของบริษัทฯ จำนวนไม่เกิน 285.05 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.50 บาท แบ่งเป็นการจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนของบริษัทฯ จำนวนไม่เกิน 170 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.50 บาท เพื่อรองรับการใช้ใช้สิทธิตามใบสำคัญแสดงสิทธิ และจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนของบริษัทฯ จำนวนไม่เกิน 115.05 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.50 บาท เพื่อรองรับการใช้สิทธิแปลงสภาพของหุ้นแปลงสภาพ ซึ่งการเพิ่มทุนจดทะเบียนบริษัทฯ ดังกล่าวจะนำเสนอต่อที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นเพื่อพิจารณาอนุมัติด้วย

    นายมิทซึจิ แสดงความมั่นใจว่า ตลาดกัมพูชายังมีปัจจัยพื้นฐานและศักยภาพขยายตัวได้อีกมาก โดยยอดสินเชื่อปล่อยกู้ในกัมพูชาอยู่ที่ประมาณ 44 ล้านเหรียญสหรัฐเมื่อสิ้นปีที่ผ่านมา ซึ่งคาดว่าจะเพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัวเป็น 100 ล้านเหรียญสหรัฐภายในสิ้นปีนี้และขยายอย่างก้าวกระโดดอีกเท่าตัวเป็นประมาณ 200 ล้านเหรียญสหรัฐในปี 2560 จึงหมายความว่า เฉพาะจากการเติบโตของธุรกิจในกัมพูชาในปัจจุบันนี้ ก็มีความจำเป็นจะต้องใช้เงินลงทุนไม่น้อยกว่า 100 ล้านเหรียญสหรัฐภายใน 2 ปีข้างหน้า โดยกลุ่ม GL จะใช้เงินสกุลดอลลาร์สหรัฐเป็นหลักในการปล่อยสินเชื่อในกัมพูชา ซึ่งได้ขยายจากสินเชื่อเช่าซื้อรถจักรยานยนต์ในอดีตมาครอบคลุมถึงเครื่องจักรกลการเกษตร แผงโซลาร์เซลล์และเครื่องใช้ไฟฟ้า ซึ่งในรอบปีที่ผ่านมาธุรกิจในกัมพูชายังได้ขยายไปครอบคลุมถึงกลุ่มผู้ประกอบการ SMEs ซึ่งเป็นผู้จัดจำหน่ายสินค้าประเภทต่างๆ ที่ GL นำไปปล่อยกู้ในรูปแบบสินเชื่อเช่าซื้อให้กับลูกค้า

    ส่วนเงินทุนก้อนใหม่ ที่ GL จะได้รับการแปลงวอแรนท์ในรูปสกุลเงินบาทนั้น บริษัทฯ จะนำไปใช้สนับสนุนการขยายธุรกิจใน สปป.ลาว และการพัฒนาคุณภาพสินทรัพย์ตลอดจนการขยายธุรกิจของบริษัทธนบรรณ ซึ่งมีแผนงานชัดเจนในการขยายธุรกิจโดยเพิ่มการให้สินเชื่อกับลูกค้าใหม่สำหรับรถมือสอง ตลอดจนการให้สินเชื่อกับเจ้าของรถมอเตอร์ไซต์ปัจจุบันที่ต้องการใช้เงินเร่งด่วน สำหรับเงินสกุลบาทอีกส่วนที่ได้จากแปลงวอแรนท์นั้น จะสำรองเป็นเงินทุนหมุนเวียนเพื่อสนับสนุนการรุกขยายธุรกิจเข้าสู่ตลาดใหม่ๆ ในภูมิภาคอาเซียน ตลอดจนการควบรวมกิจการต่อไป

    นายทัตซึยะ โคโนชิตะ ประธานคณะกรรมการบริหาร GL กล่าวว่า เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคมที่ผ่านมา GL ได้รับคัดเลือกเข้าคำนวณในดัชนี MSCI GLOBAL SMALL CAP INDEXES (GLOBAL STOCK INDEX) ที่จัดทำโดย MSCI หรือ Morgan Stanley Capital International ซึ่งเป็นดัชนีหุ้นต่างประเทศที่มีชื่อเสียงที่สุดในฐานะเป็นผู้ให้บริการจัดทำดัชนีและเกณฑ์มาตรฐานเพื่อการลงทุนที่เป็นสากล โดยมีกองทุนขนาดใหญ่จำนวนมากที่ใช้ดัชนีดังกล่าวเป็นเกณฑ์มาตรฐานอ้างอิงเพื่อตัดสินใจลงทุน

    “เรามีความยินดีและภูมิใจที่ GL ได้รับคัดเลือกเป็นหลักทรัพย์ในการคำนวณดัชนีที่มีชื่อเสียงของ MSCI ซึ่งสะท้อนถึงพื้นฐานธุรกิจที่แข็งแกร่ง เห็นได้จากมาร์เก็ตแคปหรือมูลค่าตามราคาตลาดของหุ้น GL ที่ปรับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งการได้รับคัดเลือกในครั้งนี้คาดว่าจะส่งผลดีต่อ GL เป็นหุ้นที่ได้รับความสนใจจากกองทุนต่างประเทศที่เข้ามาลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ฯ และเพิ่มโอกาสที่มาร์เก็ตแคปจะขยายตัวมากขึ้นในอนาคต” นายทัตซึยะ กล่าว

    นายทัตซึยะ กล่าวต่อว่า GL ได้ปรับโมเดลธุรกิจใหม่สู่ ‘ดิจิตอลไฟแนนซ์’ ภายใต้รูปแบบ FinTech (Financial Technology) ที่มีการนำระบบไอทีเข้ามาใช้เพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินธุรกิจ อาทิ การเข้าถึงลูกค้าในแต่ละประเทศได้อย่างทั่วถึง การควบคุมต้นทุน ฯลฯ ตลอดจนสร้างความแตกต่างจากผู้ประกอบการรายอื่นในธุรกิจไฟแนนซ์เพื่อรุกขยายตลาดในภูมิภาคอาเซียน ได้แก่ ประเทศไทย กัมพูชา สปป.ลาว และอินโดนีเซียรวมถึงประเทศอื่นๆ ในอนาคต นอกจากนี้ การดำเนินธุรกิจเชิงรุกควบคู่กับการควบคุม NPL ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เป็นปัจจัยให้บริษัทฯ มีผลการดำเนินงานและกำไรเติบโตอย่างมาก ในช่วงที่ผ่านมา โดย GL ประสบความสำเร็จในการขยายธุรกิจในอาเซียนนับตั้งแต่ปี 2555 หรือ 4 ปีที่ผ่านมาและเมื่อปลายปีที่ผ่านมา GL เป็นหลักทรัพย์ที่เข้าสู่การคำนวณในดัชนี SET 100 ของตลาดหลักทรัพย์ฯ และทำให้มาร์เก็ตแคปเพิ่มสูงขึ้นเป็น 1.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐหรือประมาณ 42,549 ล้านบาท

    ทั้งนี้ ความสำเร็จของ GL ยังรวมถึงการทำกำไรสุทธิที่เป็นสถิติใหม่สูงสุดติดต่อกัน 6 ไตรมาส นับจากไตรมาส 3/57 ถึงไตรมาส 1/59 ขณะที่แนวโน้มผลการดำเนินงานปี 2559 คาดว่าจะมีผลกำไรเติบโตต่อเนื่อง จากการขยายพอร์ตสินเชื่อในไทย กัมพูชา สปป.ลาว และการรุกตลาดอินโดนีเซียที่อยู่ระหว่างรอใบอนุญาตประกอบกิจการ ซึ่งเป็นตลาดที่มีขนาดใหญ่กว่ากัมพูชาถึง 10 เท่า จากจำนวนประชากรที่มีถึง 250 ล้านคน

    โดย ณ สิ้นปีที่ผ่านมา GL มีพอร์ตสินเชื่อในไทยและต่างประเทศรวม 9,147 ล้านบาท แบ่งสัดส่วนเป็นประเทศไทยกว่า 40% กัมพูชาประมาณ 25% สิงคโปร์ซึ่งเป็นบริษัทโฮลดิ้งส์ 30% และส่วนที่เหลือมาจาก สปป.ลาว ขณะที่ในปีนี้บริษัทฯ ตั้งเป้าพอร์ตสินเชื่อรวมเติบโตขึ้น 30-40% จากปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะที่กัมพูชาคาดว่าในปีนี้พอร์ตสินเชื่อจะเติบโตเป็น 2 เท่าและ สปป.ลาวคาดว่าจะเติบโตขึ้นเป็น 3-5 เท่า จากความต้องการสินเชื่อรถมอเตอร์ไซค์ เครื่องจักรกลการเกษตร KUBOTA และแผงโซลาร์เซลล์ที่ขยายตัวอย่างมาก

    “เรามั่นใจว่าจะทำผลการดำเนินงานในปีนี้เติบโตได้ก้าวกระโดด และถึงแม้พอร์ตสินเชื่อของเราจะขยายตัวอย่างรวดเร็ว แต่ยังมุ่งเน้นการควบคุมคุณภาพสินเชื่ออย่างระมัดระวัง โดยที่กัมพูชามีสัดส่วน NPL ณ สิ้นไตรมาสแรกที่ผ่านมาต่ำกว่า 2% ส่วนในไทยมีสัดส่วน NPL 6.5% และตั้งเป้าลดลงเหลือ 5% ภายในปีนี้” นายทัตซึยะ กล่าว

    Categories
    ข่าวแจ้งสื่อมวลชน

    13 พฤษภาคม 2559 : กำไร Q1 GL พุ่งกว่า 100% ทำนิวไฮต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 6

    กำไร Q1 GL พุ่งกว่า 100% ทำนิวไฮต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 6

    13 May 2016

    บมจ.กรุ๊ปลีส ผู้บุกเบิกธุรกิจดิจิตอลไฟแนนซ์ในอาเซียน รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 1 ทำสถิติสูงสุดใหม่ที่ 222.17 ล้านบาท พุ่งขึ้นกว่า 100% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยเป็นการทำสถิติสูงสุดใหม่ต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 6 นับตั้งแต่สิ้นปี 2557

    นายทัตซึยะ โคโนชิตะ ประธานคณะกรรมการบริหาร บริษัท กรุ๊ปลีส จำกัด (มหาชน) หรือ GL กล่าวชี้แจงว่า ผลประกอบการในไตรมาสที่ 1 สิ้นสุดเดือนมีนาคมปีนี้ สะท้อนถึงพัฒนาการของธุรกิจในทุกกลุ่มซึ่งรวมถึงธุรกิจหลักของบริษัทแม่ในประเทศไทยและธุรกิจในเครือในภูมิภาคอาเซียนทั้งหมด โดยปัจจัยหลักๆ ที่ทำให้ยอดกำไรพุ่งสูงขึ้นอย่างมาก ประกอบด้วย ยอดปล่อยสินเชื่อที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะธุรกิจในกัมพูชาและ สปป.ลาว รวมถึงคุณภาพสินทรัพย์โดยรวมที่ดีขึ้น ซึ่งส่งผลให้การตั้งสำรองหนี้สูญและหนี้สงสัยจะสูญลดต่ำลงอย่างมีนัยสำคัญ

    นายทัตซึยะ ชี้แจงเพิ่มเติมว่า ผลการดำเนินงานในประเทศไทยมีพัฒนาการที่ดีขึ้นอย่างชัดเจน ในขณะที่รายได้อื่นๆ ซึ่งประกอบด้วย การปล่อยสินเชื่อให้กับลูกค้ากลุ่มใหม่ในกัมพูชา ซึ่งเป็นบริษัท SMEs ที่จำหน่ายสินค้าต่างๆ ให้กับลูกค้าสินเชื่อเช่าซื้อของ GL อาทิ รถจักรยานยนต์ เครื่องจักรกลการเกษตร แผงโซล่าร์เซลล์และเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ ก็เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยบันทึกเป็นผลกำไรของบริษัท GL Holdings (GLH) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่ประเทศสิงคโปร์ ส่วนธุรกิจใหม่ใน สปป.ลาว ก็เริ่มมีกำไรในไตรมาสนี้

    นายทัตซึยะกล่าวชมเชยผู้บริหารของบริษัทแม่ในประเทศไทย ที่บริหารจัดการธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพเต็มที่ โดยคุณภาพสินทรัพย์ของพอร์ตสินเชื่อในประเทศไทยมีพัฒนาการดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งส่งผลให้ระดับหนี้ NPL ปรับลดลงจากมากกว่า 10% เมื่อต้นปีที่แล้ว ลงมาเหลือเพียง 6.5% ในปัจจุบัน

    ทั้งนี้ ในรายงานต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเช้าวันที่ 13 พฤษภาคม บริษัทฯ ชี้แจงว่ารายได้จากดอกผลเช่าซื้อในงบการเงินรวมเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเพียง 1.47 ล้านบาท เป็น 484.70 ล้านบาท โดยส่วนใหญ่เพิ่มขึ้นจากรายได้ของบริษัทย่อยในกัมพูชาและ สปป.ลาว จำนวน 80.77 ล้านบาท และ 16.04 ล้านบาท ตามลำดับ ซึ่งเป็นผลจากการเพิ่มขึ้นของสินเชื่ออย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม รายได้จากดอกผลเช่าซื้อของบริษัทแม่ในประเทศไทยและธนบรรณลดลงจำนวน 50.33 ล้านบาท และ 45.01 ล้านบาท ตามลำดับ ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของบริษัทฯ ในการมุ่งเน้นขยายธุรกิจในภูมิภาคเอเชียที่มีศักยภาพการเติบโตสูงกว่าและมีอัตราสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ในระดับต่ำ

    ในรายงานที่แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย บริษัทฯ ยังได้ชี้แจงเพิ่มเติมว่ารายได้อื่นๆ ในงบการเงินรวมเพิ่มขึ้นอย่างมากจาก 89.70 ล้านบาทในไตรมาส 1 ของปีที่แล้ว เป็น 173.49 ล้านบาทในไตรมาส 1 ปีนี้ โดยเพิ่มขึ้น 83.80 ล้านบาท หรือคิดเป็น 93.42% ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นรายได้ดอกผลจากการปล่อยสินเชื่อให้กับลูกค้ากลุ่มใหม่ในประเทศกัมพูชา ที่เป็นผู้ประกอบการ SMEs จำหน่ายสินค้าต่างๆ ให้กับลูกค้าสินเชื่อเช่าซื้อของ GL

    นอกจากนั้น กำไรสุทธิที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างมากยังสะท้อนถึงการตั้งสำรองเผื่อหนี้สูญและหนี้สงสัยจะสูญที่ปรับลดต่ำลง ซึ่งสอดคล้องกับคุณภาพของสินทรัพย์ โดยเฉพาะในประเทศไทยที่ปรับดีขึ้นตามภาวการณ์ฟื้นตัวของเศรษฐกิจ ในขณะที่ผลขาดทุนจากการจำหน่ายสินทรัพย์รอการขายได้ปรับลดลงอย่างมีนัยสำคัญ จาก 107.10 ล้านบาท เป็น 57.25 ล้านบาท โดยลดลง 49.85 ล้านบาท หรือคิดเป็น 46.54% ซึ่งเป็นผลจากการที่ราคาตลาดรถมอเตอร์ไซค์มือสองปรับสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องและปริมาณสินทรัพย์รอการขายเพิ่มขึ้นจากการขยายสินเชื่อ นอกจากนี้ บริษัทฯ ย่อยในต่างประเทศมีอัตราการค้างชำระที่ต่ำมากจากคุณภาพหนี้ที่ดี ส่งผลให้ไม่มีผลขาดทุนจากการจำหน่ายสินทรัพย์รอการขาย

    Categories
    ข่าวแจ้งสื่อมวลชน

    29 เมษายน 2559 : บอร์ด GL สร้างความเชื่อมั่นให้ผู้ถือหุ้น

    บอร์ด GL สร้างความเชื่อมั่นให้ผู้ถือหุ้น

    29 Apr 2016

    นายมิทซึจิ โคโนชิตะ (กลาง) ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กรุ๊ปลีส จำกัด (มหาชน) หรือ GL หนึ่งในผู้นำผู้ให้บริการสินเชื่อเช่าซื้อรถจักรยานยนต์และผู้บุกเบิกดิจิทัลไฟแนนซ์ เป็นประธานการประชุมใหญ่สามัญผู้ถือหุ้น ประจำปี 2559 ณ โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ กรุงเทพฯ ซึ่งที่ประชุมฯ มีมติอนุมัติจ่ายเงินปันผลประจำปี 2558 ในอัตราหุ้นละ 0.1560 บาท โดยกำหนดจ่ายเงินในวันที่ 26 พฤษภาคมนี้ รวมทั้งอนุมัติแต่งตั้งกรรมการบริษัทฯ เพิ่มเติม เพื่อรองรับการขยายธุรกิจที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วในกลุ่มประเทศ CLMV

    Categories
    ข่าวแจ้งสื่อมวลชน

    24 มีนาคม 2559 : GL ปรับโครงสร้างครั้งใหญ่ ทุ่มเงิน 8 ล้านดอลลาร์สหรัฐเตรียมพร้อมรุกตลาดอินโดนีเซีย

    GL ปรับโครงสร้างครั้งใหญ่ ทุ่มเงิน 8 ล้านดอลลาร์สหรัฐเตรียมพร้อมรุกตลาดอินโดนีเซีย

    24 Mar 2016

    บมจ.กรุ๊ปลีส ผู้บุกเบิกธุรกิจดิจิตอลไฟแนนซ์ในอาเซียน ปรับโครงสร้างการบริหารครั้งใหญ่รองรับการบริหารจัดการที่ซับซ้อนมากขึ้น หลังรุกขยายธุรกิจสู่ภูมิภาคอาเซียนอย่างรวดเร็ว พร้อมทุ่มเงินลงทุน 8 ล้านดอลลาร์สหรัฐหรือกว่า 280 ล้านบาท เตรียมความพร้อมรุกธุรกิจใหม่ในประเทศอินโดนีเซียซึ่งเป็นตลาดใหญ่ที่สุดในอาเซียน หลังจากประสบความสำเร็จอย่างดียิ่งในกัมพูชาและเริ่มขยายธุรกิจใน สปป.ลาว

    ที่ประชุมคณะกรรมการหรือบอร์ดของบริษัทเมื่อวันที่ 22 มีนาคมที่ผ่านมา มีมติให้ปรับโครงสร้างการบริหารครั้งใหญ่เพื่อรองรับธุรกิจที่ขยายตัวอย่างรวดเร็วในช่วงหลายปีที่ผ่านมาโดยเฉพาะในต่างประเทศ โดยจัดแบ่งสำนักงานบริหารจัดการเป็น 2 สำนักงาน ประกอบด้วย สำนักงานด้านการพัฒนาธุรกิจของกลุ่มซึ่งดูแลบริษัทฯ ในเครือทั้งหมด 6 แห่ง ประกอบด้วย บมจ.กรุ๊ปลีส (GL) หรือบริษัทแม่ในประเทศไทยและบริษัทลูกอีก 4 แห่ง ประกอบด้วย ธนบรรณ, GLF (กัมพูชา), GLL (สปป.ลาว) และ GL Holdings (สิงคโปร์) รวมถึงบริษัทร่วมทุนในอินโดนีเซีย (GLFI) ขณะที่อีกสำนักงานหนึ่งจะดูแลฝ่ายสนับสนุนธุรกิจของกลุ่ม ประกอบด้วย ฝ่ายไอที บัญชีและการเงิน

    ทั้งนี้ ที่ประชุมบอร์ดยังมีมติให้จัดตั้งคณะกรรมการบริหาร (Executive Board) เพื่อรับผิดชอบโดยตรงในงานบริหารจัดการด้านปฏิบัติการและประสานงานระหว่างบริษัทในเครือทั้งหมด โดยที่บอร์ดใหญ่ยังคงรับผิดชอบกำกับดูแลในระดับนโยบาย

    นายทัตซึยะ โคโนชิตะ ซึ่งได้รับแต่งตั้งเป็นประธานคณะกรรมการบริหารชุดใหม่ กล่าวชี้แจงว่า บริษัท GL ในวันนี้ไม่ใช่เป็นเพียงบริษัทที่ดำเนินธุรกิจเช่าซื้อรถมอเตอร์ไซค์เหมือนในอดีตที่ผ่านมา

    “กลุ่มของเราได้ขยายธุรกิจอย่างรวดเร็วในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ทำให้ขนาดและเครือข่ายธุรกิจขยายตัวใหญ่โตมาก ส่งผลให้โครงสร้างการบริหารในอดีตไม่สามารถรองรับได้อีกต่อไปและที่สำคัญอีกประการหนึ่งคือเราได้ปรับโมเดลจากธุรกิจเช่าซื้อมาเป็นดิจิตอลไฟแนนซ์ โดยให้บริการอย่างครบวงจรบน Platform ดิจิตอลไฟแนนซ์เพื่อรุกขยายธุรกิจในตลาดอาเซียนอย่างเต็มที่ ดังนั้นเราจึงจำเป็นต้องปรับโครงสร้างการบริหารครั้งใหญ่เพื่อรองรับการขยายตัวได้อย่างมีประสิทธิภาพ” นายทัตซึยะ กล่าว

    นายทัตซึยะกล่าวต่อว่า บริษัทในกลุ่ม GL ได้ขยายตัวอย่างมากภายใต้วิสัยทัศน์และการดำเนินธุรกิจเชิงรุกของประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร นายมิทซึจิ โคโนชิตะ ซึ่งจะยังคงดูแลรับผิดชอบโดยตรงในธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับบริษัทฯ ในเครือทั้ง 6 แห่ง ขณะที่นายทัตซึยะซึ่งเป็นน้องชายของนายมิทซึจิได้รับแต่งตั้งเป็นประธานคณะกรรมการบริหารที่เพิ่งตั้งขึ้นใหม่ ซึ่งประกอบด้วยผู้บริหารระดับสูงทั้งชาวญี่ปุ่น ฝรั่งเศส ไทยและรัสเซียรวมทั้งหมด 11 คน เพื่อทำหน้าที่รับผิดชอบการประสานงานและบริหารจัดการในระดับปฏิบัติการให้มีประสิทธิผล

    “ธุรกิจของ GL มีความหลากหลายและซับซ้อนมากขึ้น หลังจากที่เราขยายตัวอย่างมากในต่างประเทศ ตัวอย่างเช่นพอร์ตเงินกู้ในประเทศต่างๆ ก็ต้องใช้สกุลเงินของประเทศนั้นๆ จึงจำเป็นต้องดูแลและบริหารจัดการอย่างใกล้ชิดเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด”

    อีกมิติหนึ่งของการปรับโครงสร้างครั้งนี้คือมติของคณะกรรมการในการแต่งตั้งกรรมการใหม่ชาวอเมริกันชื่อ Mr.Patrick Fisher ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินและการลงทุนในตลาดเกิดใหม่ โดยมีประสบการณ์อย่างกว้างขวาง จากการทำหน้าที่เป็นกรรมการในบริษัทหลายแห่งในภาคการเงินและการธนาคารของประเทศต่างๆ ในยุโรป เอเชียและลาตินอเมริกา โดยนอกจาก Mr. Fisher แล้ว บอร์ดของ GL ยังมีมติแต่งตั้งกรรมการใหม่อีก 2 คนคือ Group CFO Mr. Regis Martin และ CEO จากบริษัท GLF ในกัมพูชา Mr. Riki Ishigami ซึ่งการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้จะต้องถูกนำเสนอเพื่อขอรับความเห็นชอบจากการประชุมใหญ่สามัญประจำปี (AGM) ซึ่งกำหนดจะจัดขึ้นในวันที่ 28 เมษายนนี้

    สำหรับการรุกขยายธุรกิจสู่ประเทศอินโดนีเซียนั้น ที่ประชุมบอร์ดมีมติให้เพิ่มทุนบริษัท GL Holdings ในประเทศสิงคโปร์ จำนวน 8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ พร้อมทั้งจัดสรรเงินจำนวนดังกล่าวให้แก่บริษัทฯ ร่วมทุนในอินโดนีเซียภายใต้ชื่อ PT GL Finance Indonesia (GLFI) เพื่อเตรียมความพร้อมในการเริ่มดำเนินธุรกิจในประเทศนั้น โดย GL ถือหุ้น 65% ใน GLFI ส่วนที่เหลือถือโดยธนาคาร J Trust Bank ซึ่งเป็นพันธมิตรของ GL 20% และกลุ่มทุนท้องถิ่นอีก 15%

    โดยการรุกสู่ตลาดอินโดนีเซียนับเป็นก้าวย่างที่สำคัญ หลังจากกลุ่ม GL ประสบความสำเร็จอย่างดียิ่งจากการขยายธุรกิจในประเทศกัมพูชาและ สปป.ลาว โดยในปีที่ผ่านมาบริษัทฯ สามารถสร้างกำไรสุทธิสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 582.89 ล้านบาท เพิ่มสูงขึ้นจากปีก่อนถึง 400%

    Categories
    ข่าวแจ้งสื่อมวลชน

    16 มีนาคม 2559 : GL เล็งขายหุ้นกู้ 2,000 ล้านบาท รับแผนรุกขยายตลาดและทำ M&A ในอาเซียน

    GL เล็งขายหุ้นกู้ 2,000 ล้านบาท รับแผนรุกขยายตลาดและทำ M&A ในอาเซียน

    16 Mar 2016

    บมจ.กรุ๊ปลีส ผู้บุกเบิกธุรกิจดิจิตอลไฟแนนซ์ เดินหน้าขอมติที่ประชุมผู้ถือหุ้นเพิ่มเพดานวงเงินออกหุ้นกู้ เป็น 2,500 ล้านบาท จากเดิม 2,000 ล้านบาท ใช้เป็นแหล่งเงินทุนขยายธุรกิจดิจิตอลไฟแนนซ์ในอาเซียน และทำดีล M&A เข้าควบรวมกิจการสร้างการเติบโตอย่างก้าวกระโดด พร้อมประกาศจ่ายเงินปันผล 0.156 บาทต่อหุ้น ด้านผู้บริหารมั่นใจผลการดำเนินงานไตรมาส 1/59 ทำกำไรทุบสถิตินิวไฮต่อเนื่อง หลังสัดส่วน NPL ลูกค้าในไทยปรับลดลง และยอดปล่อยสินเชื่อเช่าซื้อรถจักรยานยนต์ในกัมพูชาเติบโตเกือบเท่าตัว จากช่วงเดียวกันของปีก่อน

    นายทัตซึยะ โคโนชิตะ กรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าฝ่ายนักลงทุนสัมพันธ์ บริษัท กรุ๊ปลีส จำกัด (มหาชน) หรือ GL ผู้บุกเบิกธุรกิจดิจิตอลไฟแนนซ์ (FinTech) เปิดเผยว่า จากนโยบายบริษัทฯ ที่มุ่งมั่นขยายธุรกิจในภูมิภาคอาเซียนเพื่อก้าวสู่ผู้นำธุรกิจดิจิตอลไฟแนนซ์ ล่าสุดที่ประชุมคณะกรรมการ (บอร์ด) บริษัทฯ เมื่อวันที่ 15 มีนาคมที่ผ่านมา ได้มีมติให้เสนอต่อที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2559 ในวันที่ 28 เมษายนนี้ เพื่อพิจารณาอนุมัติการเพิ่มเพดานวงเงินการออกหุ้นกู้ จากเดิมที่เคยได้รับอนุมัติไว้ 2,000 ล้านบาท เป็น 2,500 ล้านบาท ซึ่งเมื่อหักลบกับวงเงินที่บริษัทฯ ได้ออกหุ้นกู้ไปแล้วเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2557 จำนวน 500 ล้านบาท จะส่งผลให้มีวงเงินคงเหลือในการออกหุ้นกู้อีกทั้งสิ้น 2,000 ล้านบาท

    โดยการขออนุมัติเพิ่มวงเงินการออกหุ้นในครั้งนี้ เพื่อใช้เป็นแหล่งเงินทุนในการขยายธุรกิจไฟแนนซ์ ในกลุ่มประเทศ CLMV+I ได้แก่ ประเทศกัมพูชา สปป.ลาว เมียนมาร์ เวียดนามรวมถึงอินโดนีเซีย ซึ่งบริษัทฯ ประสบความสำเร็จอย่างดียิ่งในการปล่อยสินเชื่อที่ประเทศกัมพูชาและ สปป.ลาว พร้อมทั้งนำไปใช้เป็นแหล่งเงินทุนและยังเป็นการเตรียมความพร้อมในการเข้าควบรวมกิจการ (M&A) กับผู้ประกอบการท้องถิ่น ซึ่งจะสามารถสร้างการเติบโตอย่างก้าวกระโดดควบคู่ไปกับการขยายธุรกิจโดยตรง ซึ่งบริษัทดำเนินการรุกหนัก อย่างต่อเนื่อง โดยในการควบรวมกิจการนั้นมีการเจรจาต่อเนื่องแต่ยังไม่มีข้อสรุป

    ทั้งนี้ จากความสำเร็จของผลการดำเนินงานในรอบปีที่ผ่านมา ซึ่งบริษัทฯ มีรายได้รวม 2,488.70 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 33.63% จากปี 2557 ที่มีรายได้รวม 1,862.35 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิทั้งสิ้น 582.89 ล้านบาท พุ่งขึ้น 395.15% เมื่อเทียบกับปี 2557 ที่มีกำไรสุทธิ 117.72 ล้านบาท ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ จึงมีมติอนุมัติการจ่ายเงินปันผลประจำปี 2558 จากผลการดำเนินงานสิ้นสุด ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2558 ในอัตรา 0.156 บาทต่อหุ้น โดยกำหนดวันบันทึกรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิรับเงินปันผลในวันที่ 11 พฤษภาคม 2559 กำหนดปิดสมุดทะเบียนเพื่อรวบรวมรายชื่อผู้มีสิทธิได้รับเงินปันผลในวันที่ 12 พฤษภาคม 2559 และกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 26 พฤษภาคม 2559

    นายทัตซึยะ กล่าวต่อว่า มีความมั่นใจในผลการดำเนินงานไตรมาส 1/59 จะมีแนวโน้มที่ดี สามารถสร้างประวัติศาสตร์ทำสถิตินิวไฮได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นผลมาจากการมุ่งเน้นควบคุมคุณภาพสินเชื่อได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยสัดส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) จากดำเนินธุรกิจของ GL ในประเทศไทยปรับลดลงมาอยู่ที่ระดับ 6.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนซึ่งอยู่ที่ 7.3% พร้อมทั้งตั้งเป้าหมายลดสัดส่วน NPL อย่างต่อเนื่องในอนาคต

    ขณะที่การดำเนินธุรกิจไฟแนนซ์ในประเทศกัมพูชาก็มีอัตราเติบโตที่ดี จากการขยายพอร์ตสินเชื่อ เช่าซื้อ โดย GL มียอดปล่อยสินเชื่อเช่าซื้อรถมอเตอร์ไซค์ในช่วงไตรมาส 1/59 เฉลี่ย 2,200 คันต่อเดือน เพิ่มขึ้นเกือบ 1 เท่าตัว จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มียอดปล่อยสินเชื่อเฉลี่ย 1,200 คันต่อเดือน ซึ่งส่งผลดีต่ออัตราการทำกำไรที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 3 เท่าตัว เนื่องจากต้นทุนในการดำเนินธุรกิจคงที่ หลังจากได้ทยอยลงทุนพัฒนาระบบไอทีเพื่อรองรับการดำเนินธุรกิจในรูปแบบดิจิตอลไฟแนนซ์ได้อย่างครอบคลุมพื้นที่ในกัมพูชาแล้ว ดังนั้นอัตรากำไรจึงเพิ่มสูงขึ้นอย่างมากตามรายได้จากยอดขายที่เพิ่มขึ้น

    Categories
    ข่าวแจ้งสื่อมวลชน

    18 กุมภาพันธ์ 2559 : โบรกฯ ประสานเสียงเคาะราคาเป้าหมายใหม่หุ้น GL ทะยานสูงสุดที่ 29 บาท ชูดิจิทัล ไฟแนนซ์ รุกตลาดอินโดฯ หนุนทำกำไรนิวไฮต่อเนื่อง

    โบรกฯ ประสานเสียงเคาะราคาเป้าหมายใหม่หุ้น GL ทะยานสูงสุดที่ 29 บาท ชูดิจิทัล ไฟแนนซ์ รุกตลาดอินโดฯ หนุนทำกำไรนิวไฮต่อเนื่อง

    18 Feb 2016

    โบรกเกอร์มองศักยภาพการดำเนินธุรกิจของ GL หนึ่งในผู้นำธุรกิจเช่าซื้อรถจักรยานยนต์แข็งแกร่ง ประสานเสียงแนะนำซื้อพร้อมเคาะราคาเป้าหมายใหม่ในปี 59 สูงสุดที่ 29 บาทต่อหุ้น หลังประเมินแนวโน้มพอร์ตสินเชื่อในต่างประเทศที่กัมพูชาและ สปป.ลาว มีโอกาสเติบโตอย่างต่อเนื่อง แถมปรับโมเดลธุรกิจเสริมแกร่ง นำระบบดิจิทัล ไฟแนนซ์เข้ามาใช้เพิ่มความสะดวกรวดเร็วการให้บริการที่เข้าถึงกลุ่มลูกค้าพื้นที่ในต่างจังหวัดและช่วยลดต้นทุนในการเปิดสาขา

    บริษัทหลักทรัพย์ธนชาต จำกัด (มหาชน) ได้เผยแพร่บทวิเคราะห์หลักทรัพย์ GL หรือ บริษัท กรุ๊ปลีส จำกัด (มหาชน) หนึ่งในผู้นำธุรกิจให้บริการสินเชื่อเช่าซื้อรถจักรยานยนต์ ซึ่งรายงานตัวเลขกำไรสุทธิไตรมาส 4/58 สูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 192.90 ล้านบาท เพิ่มขึ้นมากกว่าเท่าตัวจากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยให้คำแนะนำซื้อพร้อมทั้งปรับเพิ่มราคาเป้าหมายขึ้นอีก 16% เป็น 29 บาท จากเดิมที่ 25 บาท เนื่องจากธุรกิจสินเชื่อเช่าซื้อในต่างประเทศเติบโตดีกว่าที่คาดการณ์ไว้และเชื่อว่าพอร์ตสินเชื่อของ GL ยังมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่องในอนาคต

    ทั้งนี้ บล.ธนชาต มองว่า จุดแข็งของ GL ที่แตกต่างจากบริษัทไมโคร ไฟแนนซ์รายอื่นๆ คือการพัฒนาบริษัทฯ ก้าวไปสู่การเป็นบริษัทด้าน Financial Technology (Fintech) โดยนำระบบดิจิทัล ไฟแนนซ์ เข้ามาใช้เพื่อเพิ่มความสะดวกรวดเร็วในการให้บริการลูกค้าโดยเฉพาะลูกค้าที่อยู่ในพื้นที่ต่างจังหวัด ที่ลูกค้าสามารถทำธุรกรรมทางการเงินผ่านระบบออนไลน์บนโทรศัพท์มือถือ จึงสามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ในวงกว้างและรวดเร็วกว่าคู่แข่ง รวมถึงช่วยให้ GL สามารถติดตามประวัติการชำระเงินของลูกค้าเพื่อลดความเสี่ยงการเกิดหนี้ NPL หรือหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้และยังช่วยให้ต้นทุนการดำเนินงานลดลง เนื่องจากไม่ต้องพึ่งพาการขยายสาขาซึ่งต้องใช้งบลงทุนสูง แต่สามารถใช้เครือข่าย POS (Point of Sale) หรือจุดบริการขายเพื่อให้บริการลูกค้า

    บทวิเคราะห์ยังระบุด้วยว่า GL ประสบความสำเร็จในการใช้ระบบดิจิทัล ไฟแนนซ์ ให้บริการลูกค้าในประเทศกัมพูชาและ สปป.ลาว รวมถึงมีแผนนำไปใช้ที่ประเทศอินโดนีเซียและในไทย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินธุรกิจ โดยแผนงานขยายธุรกิจในอินโดนีเซียนั้น ได้ดำเนินการภายใต้รูปแบบการร่วมทุนกับพันธมิตร โดย GL ถือหุ้น 65% กลุ่ม J TRUST BANK ถือหุ้น 20% และอีก 15% ถือโดยพันธมิตรท้องถิ่นในประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งบริษัทร่วมทุนดังกล่าว GL จะรับผิดชอบการติดตั้งระบบและดำเนินการ ส่วนกลุ่ม J TRUST BANK จะรับผิดชอบการลงทุนและความเสี่ยงจากการตั้งสำรองหนี้สูญหรือหนี้สงสัยจะสูญ โดยคาดว่าการจัดตั้งบริษัทร่วมทุนจะแล้วเสร็จภายในไตรมาส 1/59 และเริ่มดำเนินการได้ในไตรมาส 2/59

    ขณะที่บริษัทหลักทรัพย์ ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด เผยแพร่บทวิเคราะห์หลักทรัพย์ GL โดยให้คำแนะนำซื้อพร้อมให้ราคาพื้นฐานที่ 28 บาท เนื่องจากแนวโน้มการดำเนินธุรกิจในปี 2559 ยังไปได้ดี โดยมีปัจจัยเกื้อหนุนจากการดำเนินธุรกิจสินเชื่อเช่าซื้อในต่างประเทศทั้งในประเทศกัมพูชาและ สปป.ลาว ที่ขยายตัวอย่างแข็งแกร่ง รวมถึงคาดว่าจะเริ่มดำเนินธุรกิจในประเทศอินโดนีเซียได้ภายในครึ่งปีแรกของปี 2559 และจะทำกำไรได้ดีในปี 2560 นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังมองโอกาสขยายธุรกิจในประเทศเมียนมาร์และเวียดนาม

    ด้านบริษัทหลักทรัพย์ เอเชีย เวลท์ จำกัด ระบุในบทวิเคราะห์หลักทรัพย์ GL ให้คำแนะนำซื้อโดยปรับราคาเป้าหมายใหม่ในปี 2559 เพิ่มเป็น 28 บาท จากเดิม 23 บาท เนื่องจากบริษัทฯ รายงานกำไรสุทธิในไตรมาส 4/58 ที่ 193 ล้านบาท นับเป็นการทำสถิติกำไรรายไตรมาสสูงสุดติดต่อกันเป็นครั้งที่ 5 โดยผลการดำเนินงานที่โดดเด่นมาจากรายได้ในประเทศกัมพูชาและ สปป.ลาว ซึ่งหนึ่งในเหตุผลของความสำเร็จเกิดจากเครือข่าย POS ซึ่งจะเชื่อมโยงโดยตรงกับ GL ทำให้บริษัทฯ ไม่ต้องใช้เงินลงทุนในการตั้งสาขา จึงสามารถลดค่าใช้จ่ายในการบริการและบริหารในปี 2558 มาอยู่ที่ 51.3% จากเดิม 60.8% นอกจากนี้ GL มีจุดมุ่งหมายในการใช้ระบบ อีไฟแนนซ์ ซึ่งประสบความสำเร็จในตลาดกัมพูชาและ สปป.ลาว เป็นเครื่องมือในการบรรลุเป้าหมายการเติบโต

    ส่วนบริษัทหลักทรัพย์ ทรินิตี้ จำกัด ได้รายงานบทวิเคราะห์หลักทรัพย์ GL ในทิศทางเดียวกัน โดยให้คำแนะนำซื้อและปรับเพิ่มราคาเป้าหมายใหม่เป็น 24 บาท จากแรงหนุนธุรกิจในต่างประเทศที่เติบโตได้ดี โดยธุรกิจใน สปป.ลาว เริ่มเดินหน้าตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2558 และถึงจุดคุ้มทุนแล้ว ซึ่งการดำเนินธุรกิจในต่างประเทศ GL มีเครือข่ายจุดบริการขายที่แข็งแกร่ง ทำให้ GL ได้รับค่าธรรมเนียมจากผู้ผลิตสินค้าในการช่วยกระจายสินค้าและปล่อยสินเชื่อ ซึ่งแตกต่างจากในประเทศไทยที่ผู้ให้สินเชื่อต้องจ่ายค่าธรรมเนียมให้กับดีลเลอร์ ทำให้รายได้อื่นๆ ของ GL เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญและเป็นรายได้ที่เพิ่มขึ้นโดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม จึงคาดการณ์กำไรและ ROE หรืออัตราส่วนผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้นในปี 2559-2560 น่าจะปรับเพิ่มขึ้นอยู่ที่ 15.6% และ 17% ตามลำดับ

    Categories
    ข่าวแจ้งสื่อมวลชน

    15 กุมภาพันธ์ 2559 : GL รุกใหญ่ธุรกิจดิจิทัลไฟแนนซ์ทั่วอาเซียน

    GL รุกใหญ่ธุรกิจดิจิทัลไฟแนนซ์ทั่วอาเซียน

    15 Feb 2016

     

     

    นายมิทซึจิ โคโนชิตะ ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (กลาง) บริษัท กรุ๊ปลีส จำกัด (มหาชน) หรือ GL หนึ่งในผู้นำผู้ให้บริการสินเชื่อเช่าซื้อรถจักรยานยนต์ เปิดแผนรุกธุรกิจดิจิทัลไฟแนนซ์ทั่วอาเซียน เพื่อผลักดันรายได้และกำไรเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง พร้อมโชว์กำไรสุทธิไตรมาส 4/58 ทำสถิตินิวไฮสูงสุดในประวัติการณ์ที่ 192.90 ล้านบาท ส่งผลให้กำไรสุทธิทั้งปี 2558 อยู่ที่ 582.89 ล้านบาท เพิ่มขึ้นมากกว่า 400% เมื่อเทียบกับปี 2557

    Categories
    ข่าวแจ้งสื่อมวลชน

    15 กุมภาพันธ์ 2559 : กำไร GL ทุบสถิติทำนิวไฮ ประกาศรุกใหญ่ธุรกิจดิจิทัลไฟแนนซ์ทั่วอาเซียน

    กำไร GL ทุบสถิติทำนิวไฮ ประกาศรุกใหญ่ธุรกิจดิจิทัลไฟแนนซ์ทั่วอาเซียน

    15 Feb 2016

    บมจ.กรุ๊ปลีส หนึ่งในผู้นำธุรกิจเช่าซื้อรถจักรยานยนต์ รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 4/58 ทำนิวไฮสูงสุดในประวัติการณ์ที่ 192.90 ล้านบาท พร้อมประกาศเปลี่ยนโมเดลธุรกิจรุกดิจิทัลไฟแนนซ์ทั่วอาเซียน เพื่อผลักดันรายได้และกำไรเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง

    นายมิทซึจิ โคโนชิตะ ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กรุ๊ปลีส จำกัด (มหาชน) หรือ GL หนึ่งในผู้นำผู้ให้บริการสินเชื่อเช่าซื้อรถจักรยานยนต์ กล่าวชี้แจงว่า โมเดลธุรกิจใหม่นี้ตั้งอยู่บนพื้นฐานของระบบอีไฟแนนซ์ ซึ่งพัฒนาขึ้นโดยฝ่ายไอทีของ GL โดยสามารถให้บริการลูกค้าได้อย่างรวดเร็วและมีต้นทุนต่ำ เพื่อสนองตอบความต้องการของลูกค้ากลุ่มเป้าหมายซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่ชนบทที่ไม่มีบัญชีธนาคารและไม่สามารถกู้เงินในระบบ โดยบริษัท GLF ซึ่งเป็นบริษัทลูกของ GL ในประเทศกัมพูชาได้ประสบความสำเร็จเป็นอย่างดียิ่งจากระบบอีไฟแนนซ์ใหม่นี้ ซึ่งระบบดังกล่าวถูกนำไปใช้ในธุรกิจใหม่ที่ สปป.ลาวและพร้อมจะนำไปใช้ในตลาดใหม่อื่นๆ ในอาเซียน โดยเฉพาะในประเทศอินโดนีเซียซึ่ง GL ได้จดทะเบียนบริษัทร่วมทุนกับกลุ่มธนาคาร J TRUST ซึ่งเป็นพันธมิตรทางยุทธศาสตร์ โดยคาดว่าบริษัทฯ ร่วมทุนจะได้รับใบอนุญาตภายในไตรมาสนี้และสามารถเริ่มดำเนินกิจการได้ในไตรมาส 2/59

    นายมิทซึจิ กล่าวชี้แจงเพิ่มเติมว่า ระบบอีไฟแนนซ์ใหม่นี้นอกเหนือจากสามารถตอบสนองความต้องการธุรกิจเช่าซื้อสินค้าประเภทเดิมของ GL อาทิ รถมอเตอร์ไซค์ HONDA และเครื่องจักรกลเกษตร KUBOTA แล้ว ยังนำมาใช้เป็นต้นแบบในการให้บริการสินเชื่อสำหรับสินค้าประเภทอื่นๆ เช่น แผงโซล่าร์เซลล์และเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ โดยอาศัยเครือข่าย POS (Point of Sale) หรือจุดบริการขาย ซึ่งตั้งอยู่ภายในอาคารของเอเย่นต์สินค้าต่างๆ ที่ GL ให้บริการสินเชื่อ จึงส่งผลดีต่อ GL ไม่ต้องใช้เงินลงทุนเป็นจำนวนมากในการตั้งสาขา เช่นเดียวกับบริษัทไฟแนนซ์อื่นๆ โดยล่าสุด GL มี POS เกือบ 200 แห่งทั่วประเทศกัมพูชา

    “ระบบอีไฟแนนซ์นี้เป็นสิ่งที่ฝ่ายไอทีของเราพัฒนาขึ้นมาเอง ไม่เหมือนใครและไม่มีใครเหมือน ซึ่งทำให้เราสามารถบริหารจัดการขั้นตอนต่างๆ ในการทำธุรกิจ ตั้งแต่การประเมินสินเชื่อ การปล่อยเงินกู้ให้ลูกค้า รวมถึงการชำระเงินค่างวดโดยลูกค้าผ่านทางโทรศัพท์มือถือเข้าสู่สำนักงานใหญ่ของเรา ซึ่งส่งผลดีต่อการบริหารจัดการที่มีความรวดเร็ว สะดวกและมีต้นทุนต่ำ ทำให้เราได้เปรียบคู่แข่งกลุ่มต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นบริษัทไฟแนนซ์หรือธนาคารพาณิชย์ทั่วไป” นายมิทซึจิ กล่าว

    นายมิทซึจิ กล่าวแสดงความมั่นใจว่า โมเดลธุรกิจดิจิทัลไฟแนนซ์นี้จะช่วยให้ GL รุกเข้าสู่ตลาดใหม่ๆ ในอาเซียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งจะส่งผลให้ยอดรายได้และกำไรเพิ่มขึ้นได้อย่างต่อเนื่อง

    โดยการประกาศโมเดลธุรกิจใหม่นี้เกิดขึ้นหลังจากที่บริษัทฯ รายงานตัวเลขผลประกอบการในไตรมาส 4/58 ซึ่งโชว์ตัวเลขกำไรสุทธิ 192.90 ล้านบาท หรือสูงที่สุดในประวัติการณ์ของบริษัทฯ โดยเพิ่มขึ้นมากกว่าเท่าตัวจากกำไรสุทธิในไตรมาส 4/57 ขณะที่กำไรสุทธิรวมทั้งปี 2558 อยู่ที่ 582.89 ล้านบาท พุ่งขึ้น 395.15% เมื่อเทียบกับปี 2557

    ทั้งนี้ สำหรับกำไรสุทธิในไตรมาส 4/58 จำนวน 192.90 ล้านบาท นับว่าเพิ่มขึ้นต่อเนื่องถึง 28% เมื่อเทียบกับกำไรสุทธิ 150.27 ล้านบาทในไตรมาส 3/58 โดยกำไรสุทธิในไตรมาสล่าสุดนี้ประมาณ 90 ล้านบาท เป็นกำไรจากผลประกอบการในประเทศไทย ซึ่งเพิ่มขึ้นประมาณ 20 ล้านบาทจากไตรมาสก่อนหน้า โดยเป็นผลจากการปล่อยสินเชื่อที่รัดกุมมากขึ้นและคุณภาพสินทรัพย์ที่ดีขึ้น ในขณะที่กำไรส่วนที่เหลือในไตรมาสล่าสุดอีกประมาณ 102 ล้านบาท มาจากผลประกอบการในต่างประเทศซึ่งส่วนใหญ่มาจากกัมพูชา ส่วนธุรกิจใหม่ของ GL ใน สปป.ลาวนั้นสามารถถึงจุดคุ้มทุนได้ภายในเวลาเพียง 5 เดือน หลังจากเริ่มเปิดดำเนินการเมื่อเดือนพฤษภาคมปีที่แล้ว โดยสามารถทำกำไรได้ประมาณ 2.5 ล้านบาท ในไตรมาสสุดท้ายที่ผ่านมา

    เมื่อถามถึงแนวโน้มผลประกอบการในอนาคต นายมิทซึจิ ประมาณการว่า พอร์ตสินเชื่อทั้งหมดของกลุ่ม GL ซึ่งเพิ่มขึ้นเท่าตัวจากประมาณ 4.5 พันล้านบาท เมื่อสิ้นปี 2557 เป็นประมาณ 9.2 พันล้านบาท เมื่อสิ้นปีที่ผ่านมา จะยังคงขยายตัวอย่างก้าวกระโดดต่อไป โดยคาดว่าภายในสิ้นปีนี้พอร์ตสินเชื่อทั้งหมดจะเพิ่มขึ้นอีกเท่าตัวเป็นประมาณ 1.8 หมื่นล้านบาท ขณะที่ประมาณการกำไรสุทธิสำหรับปีนี้จะเดินหน้าทำนิวไฮต่อไป

    นายทัตซึยา โคโนชิตะ กรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายนักลงทุนสัมพันธ์ GL กล่าวชี้แจงว่า มีความมั่นใจอย่างสูงต่อศักยภาพการขยายตัวของธุรกิจในกัมพูชา โดยบริษัท GLF ได้ปล่อยสินเชื่อรถมอเตอร์ไซค์ทั้งหมด 2.3 หมื่นคันในรอบปีที่ผ่านมา ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนไม่ถึง 10% ของยอดจำหน่ายมอเตอร์ไซค์ใหม่ทั้งหมดในกัมพูชาที่ 2.6 แสนคัน ซึ่งหมายความว่า GLF ยังมีโอกาสที่จะขยายธุรกิจการปล่อยสินเชื่อได้อีกมากมาย

    สำหรับตลาดใหม่อีกแห่งหนึ่งที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อ GL คือตลาดประเทศอินโดนีเซียซึ่งมีขนาดที่ใหญ่กว่าตลาดกัมพูชาถึง 10 เท่า โดย GL ได้จดทะเบียนบริษัทร่วมทุนกับกลุ่มธนาคาร J TRUST ตั้งแต่เดือนธันวาคมที่ผ่านมา ขณะนี้อยู่ระหว่างรอใบอนุญาตประกอบการจากทางการอินโดนีเซีย ซึ่งคาดว่าจะได้รับภายในไตรมาสนี้และเริ่มดำเนินธุรกิจได้ในไตรมาส 2/59

    ทั้งนี้ ฝ่ายบริหารของ GL เริ่มเตรียมความพร้อมสำหรับการรุกธุรกิจในอินโดนีเซียตั้งแต่สิ้นปีที่ผ่านมา โดยคาดว่าบริษัทฯ ร่วมทุนใหม่ดังกล่าวจะเริ่มดำเนินธุรกิจเป็นมูลค่าประมาณ 20-30 ล้านเหรียญสหรัฐในปีแรก จากนั้นขนาดของธุรกิจจะขยายตัวได้อย่างรวดเร็วและสามารถขยายตัวได้เต็มที่ถึงกว่า 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐในอนาคต

    Categories
    ข่าวแจ้งสื่อมวลชน

    05 กุมภาพันธ์ 2559 : GLF เปิดสำนักขายแห่งใหม่ ในร้านของตัวแทนจำหน่ายรายย่อยฮอนด้าในเขต Kralanh, เสียมเรียบ ประเทศกัมพูชา

    GLF เปิดสำนักขายแห่งใหม่ ในร้านของตัวแทนจำหน่ายรายย่อยฮอนด้าในเขต Kralanh, เสียมเรียบ ประเทศกัมพูชา

    05 Feb 2016

    วันนี้, จีแอลไฟแนนซ์ (GLF) ได้เปิดสาขาเพิ่มขึ้นอีก 1 แห่ง ในจังหวัดเสียมเรียบ ประเทศกัมพูชา สำนักงานขายแห่งใหม่นี้ ตั้งอยู่ในสำนักงานขายของ Honda Sub-Dealer Seng Hout Kralanh ซึ่งตั้งอยู่ที่ National Road #6, west of Kralanh market, Kampong Thkov village, Kampong Thkov commune, Kralanh district, จังหวัดเสียมเรียบ และเป็นสำนักงานขายแห่งที่ 148 ของบริษัทในประเทศกัมพูชา

    ในขณะนี้บริษัทจึงได้เปิดสำนักงานแล้ว ดังนี้

    – ในสำนักงานขายของตัวแทนจำหน่ายฮอนด้า จำนวน 58 แห่ง ทั่วประเทศกัมพูชา และ

    – ในสำนักงานขายของตัวแทนย่อยฮอนด้า จำนวน 90 แห่ง

    รวมเป็น 148 แห่ง