ผู้เขียน: admin
GL ประกาศรุกใหญ่ไปยุโรปตะวันออก แอฟริกาและลาตินอเมริกาจากฐานใหม่ในประเทศไซปรัส
28 Feb 2017
บมจ.กรุ๊ปลีส ผู้นำธุรกิจดิจิทัลไฟแนนซ์ในภูมิภาคเอเชีย ตัดสินใจตั้งบริษัทใหม่ทำธุรกิจด้านการลงทุนและบริการทางการเงินในประเทศไซปรัสเพื่อใช้เป็นหัวหอกในการขยายธุรกิจดิจิทัลไฟแนนซ์สู่ประเทศต่างๆ ในยุโรปตะวันออก แอฟริกาและลาตินอเมริกา ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการยกระดับบริษัทฯ ขึ้นเป็นบริษัทระดับโลก
ประเทศไซปรัสถูกกำหนดให้เป็นศูนย์เชื่อมธุรกิจแห่งใหม่ในแผนการขยับขยายธุรกิจไปทั่วโลกของ GL เนื่องจากมีทำเลที่ตั้งเชิงยุทธศาสตร์ที่เหมาะสม เพราะเป็นสมาชิกของสหภาพยุโรปและนับว่าเป็นศูนย์กลางที่สำคัญแห่งหนึ่ง ในการจัดหาแหล่งเงินทุนเพื่อการขยับขยายธุรกิจไปทั่วโลก เนื่องจากไซปรัสมีระบบภาษีและโครงสร้างด้านกฎหมายและบริการทาการเงินที่เอื้ออำนวย
ทั้งนี้ GL เดินหน้ารุกขยายธุรกิจไปทั่วโลกหลังจากที่ประสบความสำเร็จอย่างดียิ่งในการขยับขยายธุรกิจจากฐานที่มั่นเดิมในประเทศไทยสู่ประเทศต่างๆ ในภูมิภาคเอเชีย โดยอาศัยแพลตฟอร์มดิจิทัลไฟแนนซ์ที่มีประสิทธิภาพสูงและต้นทุนต่ำให้บริการสินเชื่อเช่าซื้อและสินเชื่อสำหรับผู้บริโภคประเภทอื่นๆ ส่งผลให้ผลกำไรของบริษัทฯ สามารถทำสถิติสูงสุดใหม่ได้อย่างต่อเนื่อง โดยในวันนี้ GL ได้รายงานผลประกอบการที่สอบทานแล้ว มีกำไรสุทธิ 1,062.82 ล้านบาทสำหรับปี 2559 ซึ่งไม่เปลี่ยนแปลงจากตัวเลขเบื้องต้นก่อนการสอบทาน โดยกำไรดังกล่าวเพิ่มขึ้นถึง 82.34% จากปีก่อนหน้า
“กำไรที่สูงสุดเป็นประวัติการณ์นี้ประกอบกับอัตราส่วนหนี้สินต่อทุนที่ต่ำเพียง 1 เท่า และงบดุลที่มีความแข็งแกร่ง ทำให้เราสามารถขยับขยายธุรกิจไปสู่ตลาดทั่วโลกได้อย่างมั่นคงและต่อเนื่อง” นายมิทซึจิ โคโนชิตะ ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กรุ๊ปลีส จำกัด (มหาชน) หรือ GL กล่าวชี้แจง
สำหรับการขยับขยายไปภูมิภาคลาตินอเมริกานั้น เป็นสิ่งใหม่หลังจากที่บริษัทฯ ได้ประกาศแผนการก่อนหน้านี้ในการขยายสู่ตลาดในแอฟริกาและยุโรปตะวันออก
นายมิทซึจิ เปิดเผยว่า GL เพิ่งได้รับอนุมัติวงเงิน 30 ล้านเหรียญสหรัฐจากธนาคารใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศบราซิล ซึ่ง GL สามารถใช้เพื่อสนับสนุนการควบรวมธุรกิจหรือการให้บริการทางด้านการเงินอื่นๆ ในประเทศบราซิลหรือประเทศอื่นๆ ในทวีปลาตินอเมริกาเมื่อมีโอกาสที่เหมาะสม
การรุกขยายธุรกิจในตลาดต่างประเทศเหล่านี้สะท้อนถึงยุทธศาสตร์เชิงรุกของ GL ในการยกระดับขึ้นสู่บริษัทระดับโลก หลังจากที่ GL ได้ขยายธุรกิจออกจากประเทศไทยไปสู่อีก 6 ประเทศในภูมิภาคเอเชีย ซึ่งประกอบด้วย ประเทศสิงคโปร์ กัมพูชา สปป.ลาว เมียนมา อินโดนีเซียและศรีลังกา
นายมิทซึจิ ชี้แจงเพิ่มเติมว่า ได้ทดลองให้บริการด้านที่ปรึกษาทางการเงินและการลงทุนระยะสั้นในประเทศไซปรัสเป็นระยะเวลาหนึ่งแล้ว ก่อนที่มีความมั่นใจและตัดสินใจในท้ายที่สุดในการจัดตั้งบริษัทใหม่ โดยมีความมั่นใจว่าไซปรัสเป็นประเทศดีที่สุดสำหรับการทำธุรกิจด้านการลงทุนและบริการทางการเงิน ตลอดจนเป็นแหล่งกู้เงินในระดับโลกเพื่อนำมาใช้สนับสนุนธุรกิจในตลาดต่างๆ ของ GL เนื่องจากไซปรัสเป็นส่วนหนึ่งของ EU และมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักกันในฐานะเป็นศูนย์กลางสำหรับการขยายการลงทุนและบริการด้านการเงินไปสู่ยุโรปตะวันออกและแอฟริกา เนื่องจากมีระบบภาษีที่มีประสิทธิภาพสูงและมีสนธิสัญญาด้านภาษีกับประเทศต่างๆ ทั่วโลกเป็นจำนวนมาก โดยในช่วงที่ผ่านมา GL ได้รับการติดต่อจากหลายบริษัท ทั้งจากกลุ่มประเทศในยุโรปตะวันออกและในทวีปแอฟริกา สำหรับการร่วมทุนและความร่วมมือในการให้บริการด้านไฟแนนซ์ เช่าซื้อและไมโครไฟแนนซ์ โดยบริษัทแห่งใหม่ที่ไซปรัสคาดว่าจะจัดตั้งขึ้นในเร็วๆ นี้ มีทุนจดทะเบียนเบื้องต้นประมาณ 2-3 ล้านเหรียญสหรัฐ
admin
14 Feb 2017

นายมิทซึจิ โคโนชิตะ (กลาง) ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร นายทัตซึยะ โคโนชิตะ (ซ้ายสุด) ประธานคณะกรรมการบริหาร บมจ.กรุ๊ปลีส หรือ GL ผู้นำธุรกิจดิจิทัลไฟแนนซ์ในภูมิภาคเอเชีย พร้อมด้วยผู้บริหาร ร่วมให้ข้อมูล ‘เปิดยุทธศาสตร์ปี 2017 ก้าวสู่บริษัทชั้นนำระดับโลก’ เพื่อเปิดวิสัยทัศน์การรุกขยายธุรกิจของ GL ไปสู่ตลาดใหม่อีก 13 ประเทศในทวีปแอฟริกาและยุโรปตะวันออกภายในปีนี้ จากปัจจุบันที่มีฐานธุรกิจในเอเชีย 7 ประเทศ พร้อมโชว์กำไรสุทธิในไตรมาส 4/59 อยู่ที่ 324.4 ล้านบาท ทำสถิติสูงสุดใหม่ต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 9 ส่งผลให้ปี 2559 มีกำไรสุทธิทั้งสิ้น 1,062.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนมากกว่า 82%
GL กำไร Q4/59 ทุบสถิติทำนิวไฮ เตรียมขยายอาณาจักรสู่บริษัทระดับโลก
14 Feb 2017
บมจ.กรุ๊ปลีส ผู้นำธุรกิจดิจิทัลไฟแนนซ์ในภูมิภาคเอเชีย รายงานกำไรสุทธิในไตรมาส 4/59 อยู่ที่ 324.4 ล้านบาท ทำสถิติสูงสุดใหม่ต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 9 ทำให้กำไรทั้งปี 2559 พุ่งขึ้นถึง 1,062.8 ล้านบาท หรือมากกว่า 82% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ซึ่งกำไรสุทธิดังกล่าวยังสูงกว่าเป้าหมาย 1,000 ล้านบาท ที่ฝ่ายบริหารได้กำหนดไว้ก่อนหน้า
นายมิทซึจิ โคโนชิตะ ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กรุ๊ปลีส จำกัด (มหาชน) หรือ GL ผู้นำธุรกิจดิจิทัลไฟแนนซ์ในภูมิภาคเอเชีย กล่าวชี้แจงว่า ผลประกอบการในรอบปีที่ผ่านมาสะท้อนถึงพัฒนาการที่ดีขึ้นในทุกตลาดที่ GLดำเนินธุรกิจอยู่ และกำไรสุทธิในไตรมาส 4/59 ยังได้เริ่มผนวกส่วนแบ่งกำไรจากบริษัท Commercial Credit and Finance PLC (CCF) ซึ่ง GL เข้าถือหุ้น 29.99% ช่วงปลายปีที่ผ่านมา และถึงแม้ว่ากำไรสุทธิในปี 2559 สามารถสร้างสถิติใหม่ก็ตาม นายมิทซึจิยังกล่าวแสดงความมั่นใจว่าผลประกอบการสำหรับปี 2560 นี้ จะแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้นจากการขยายตัวของธุรกิจปกติ (organic growth) และจากการควบรวมกิจการใหม่ (M&A) โดย GL จะได้รับส่วนแบ่งกำไรเต็มทั้งปีจากการถือหุ้นใน CCF ซึ่งเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ประเทศศรีลังกา โดยคาดว่าผลประกอบการของ CCF ในปีนี้จะมีกำไรสุทธิ 32 ล้านเหรียญสหรัฐหรือมากกว่าที่ตั้งเป้าไว้เดิม 30 ล้านเหรียญสหรัฐ
นอกเหนือจากเงินลงทุนในประเทศศรีลังกา ธุรกิจของ GL ในเมียนมาร์จะเดินหน้าเต็มสูบในปีนี้หลังจากที่ GL ได้เข้าซื้อกิจการทั้งหมดของบริษัท BG Microfinance Myanmar (BGMM) และได้ทำข้อตกลงพันธมิตรเชิงยุทธศาสตร์กับนาย Aung Moe Kyaw ผู้นำธุรกิจสุราในเมียนมาร์ซึ่งเป็นเจ้าของบริษัท Century Finance โดยได้รับใบอนุญาตจากธนาคารกลางของเมียนมาร์ในการประกอบธุรกิจไฟแนนซ์
นายมิทซึจิ กล่าวชี้แจงว่า บริษัท BGMM ซึ่งขณะนี้มีสาขากว่า 30 แห่งทั่วประเทศได้ตั้งเป้าปล่อยเงินกู้รายย่อยยอดเงินรวมประมาณ 50 ล้านเหรียญสหรัฐในปีนี้ ในขณะที่บริษัทร่วมทุนอีกแห่งหนึ่งระหว่าง GL กับ Century Finance ซึ่งทำธุรกิจบริหารจัดการส่งผ่านลูกค้าสินเชื่อประเภทต่างๆ ให้กับ Century Finance คาดว่าจะสามารถขยายพอร์ตโฟลิโอได้ถึง 50 ล้านเหรียญสหรัฐเช่นกัน ซึ่งหากสามารถทำได้ตามเป้าของทั้ง 2 แห่ง ยอดสินเชื่อทั้งสิ้นในประเทศเมียนมาร์ในปีนี้จะมีมูลค่ารวม 100 ล้านเหรียญสหรัฐ
ในขณะเดียวกัน GL Finance Indonesia (GLFI) ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนในอินโดนีเซียก็เดินหน้าขยายธุรกิจอย่างแข็งแกร่ง โดยนายมิทซึจิคาดว่าพอร์ตสินเชื่อในอินโดนีเซียปีนี้จะมีมูลค่าประมาณ 200 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งประกอบด้วยสินเชื่อเพื่อการบริโภคและไมโครไฟแนนซ์รูปแบบต่างๆ โดยกลุ่ม GL ตั้งเป้าว่าบริษัท GLFI สามารถสร้างผลตอบแทนในแง่ของผลกำไรอย่างมีนัยสำคัญในระยะยาว เนื่องจากตลาดอินโดนีเซียเป็นตลาดใหญ่ที่สุดในอาเซียนโดยมีประชากรมากกว่า 250 ล้านคน
สำหรับธุรกิจในกัมพูชาซึ่งสามารถสร้างผลกำไรแซงหน้าประเทศไทยและกลายเป็นตลาดที่สร้างผลกำไรสูงสุดให้กับกลุ่ม GL นั้น นายมิทซึจิคาดว่า บริษัท GL Finance (GLF) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยถือหุ้นโดย GL จะสามารถเพิ่มพอร์ตสินเชื่อได้ประมาณ 1 เท่าตัวในปีนี้ หรือเพิ่มขึ้นเป็น 400 ล้านเหรียญสหรัฐภายในสิ้นปี สำหรับธุรกิจในกัมพูชานั้นถือว่าเป็นต้นแบบของความสำเร็จ โดยฝ่ายไอทีของ GL สามารถพัฒนาแพลตฟอร์มดิจิทัลไฟแนนซ์ที่มีประสิทธิภาพสูงและต้นทุนต่ำ โดยใช้ระบบไอทีและเครือข่ายอินเทอร์เน็ตเข้าเสริมประสิทธิภาพการให้บริการลูกค้าทุกขั้นตอน ตั้งแต่การประเมินและอนุมัติเงินกู้ไปจนถึงการชำระค่างวดรายเดือนของลูกค้า ซึ่ง GL ได้นำแพลตฟอร์มดิจิทัลไฟแนนซ์ดังกล่าวขยายไปใช้ในทุกตลาดที่ GL ดำเนินธุรกิจอยู่
นายมิทซึจิกล่าวชี้แจงว่า แพลตฟอร์มดิจิทัลไฟแนนซ์มีส่วนสำคัญมากในการช่วยให้ GL สามารถขยายไปสู่ตลาดใหม่ๆ ได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพสูง ซึ่ง GL ขณะนี้มีธุรกิจอยู่ใน 7 ประเทศ ประกอบด้วย ประเทศไทย สิงคโปร์ กัมพูชา สปป.ลาว เมียนมาร์ อินโดนีเซียและศรีลังกา โดย GL ได้ตั้งเป้าว่าจะขยายไปสู่ตลาดใหม่อีก 13 ประเทศในทวีปแอฟริกาและยุโรปตะวันออกภายในปีนี้ ทำให้อาณาจักรธุรกิจครอบคลุมรวม 20 ประทศ ทั้งนี้ถือเป็นแผนยุทธศาสตร์ที่สำคัญในการขยายมุ่งสู่บริษัทชั้นนำระดับโลก
บริษัท GL Finance Plc. และตัวแทนรัฐบาลประเทศสหรัฐในนาม OPIC ได้เซ็นสัญญาข้อตกลงเงินกู้ร่วมกัน เพื่อประกันเงินกู้จาก WorldBusiness Capital Inc. โดยรับการสนับสนุนค้ำประกันจาก OPIC
14 Feb 2017
บริษัท GL Finance Plc. (กัมพูชา) กำลังอยู่ในขั้นตอนการผูกพันสัญญาเงินกู้จำนวน 15 ล้านดอลลาร์สหรัฐกับ WorldBusiness Capital, Inc. (WBC *1) ข้อตกลงจะได้รับการรับประกันจาก OPIC (*2) สถาบันพัฒนาด้านการเงินของรัฐบาลแห่งสหรัฐอเมริกาในกรุงวอชิงตัน ดี ซี เอกสารการขอกู้ยืมได้อยู่ในกระบวนการพิจารณาและการจ่ายเงินงวดแรกคาดหวังว่าจะเสร็จสมบูรณ์ภายในไตรมาส 2 ปี 2560 ข้อตกลงการช่วยเหลือทางการเงินจาก OPIC มีข้อกำหนดว่าต้องมีผู้ค้ำประกันจากสหรัฐและเงินลงทุนจาก Creation Investments (*3) โดย บริษัท กรุ๊ปลีส จำกัด (มหาชน) จะเป็นผู้ค้ำประกันในส่วนนี้ ข้อตกลงการช่วยเหลือทางการเงินของ OPIC ในครั้งนี้จะเป็นการเปิดประตูของแหล่งเงินทุนอื่นๆ จาก OPIC รวมทั้งเงินทุนจากสถาบันการเงินอื่นๆ สำหรับ GL ในภายภาคหน้า
เหตุผลสำคัญของโอกาสทางธุรกิจอันยอดเยี่ยมสำหรับ GL ในครั้งนี้ สืบเนื่องมาจาก OPIC ได้ตระหนักถึงการเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือพัฒนาคุณภาพชีวิตรวมทั้งสิทธิมนุษยชนของประชากรโลกให้ดีขึ้น ทั้งจากการสนับสนุนของ Creation Investments Capital Management ซึ่งเป็นนักลงทุนระยะยาวของ GL
*1 WorldBusiness Capital, Inc. (WBC) ก่อตั้งในปี 2546 ซึ่งมีฐานที่ตั้งใน ฮาร์ทฟอร์ด รัฐคอนเน็ค-ติกัท เป็นบริษัทการเงินเพื่อการลงทุนโดยตรงที่เสนอเงื่อนไขเงินกู้ที่มีความยืดหยุ่นเพื่อช่วยเหลือธุรกิจต่างๆ ในการแข่งขันระดับโลก บริษัทประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญหลากหลายภาษาและการประกอบธุกิจในด้านต่างๆ จากหลายสาขาทั่วทุกมุมโลก รวมทั้งภาพรวมของผลงานการดำเนินงานด้านการเงินที่ประสบความสำเร็จจากหลายภาคส่วนที่ผ่านมา WBC มุ่งเน้นการปล่อยกู้ให้กับภาคส่วนที่มีสินทรัพย์หนาแน่น เช่น โรงงาน ผู้ค้าส่ง การบริการกระจายสินค้า การขนส่ง ธุรกิจการเกษตร การแปรรูปอาหาร การห่อบรรจุภัณฑ์ การผลิตผลิตภัณฑ์หมุนเวียน ปล่อยเช่าเครื่องมือ และ เงินทุนเพื่อพาณิชย์ ผู้กู้ทั้งหมดจะต้องมีความเกี่ยวเนื่องกับเศรษฐกิจของสหรัฐ โดยทั่วไปผู้กู้จะมีรายได้ประมาณ 10-150 ล้านดอลลาร์สหรัฐ WBC เป็นหุ้นส่วนในการปล่อนสินเชื่อที่ได้รับการรับรองกับ the Overseas Private Investment Corporation (OPIC) หรือสถาบันพัฒนาด้านการเงินของรัฐบาลแห่งสหรัฐอเมริกา
*2 Overseas Private Investment Corporation (OPIC) บรรษัทการลงทุนเอกชนในต่างประเทศเริ่มก่อตั้ง ในปี 2514 เป็นสถาบันพัฒนาด้านการเงินของรัฐบาลแห่งสหรัฐอเมริกาที่มีการบริหารจัดการด้วยตนเองโดยที่ไม่ต้องพึ่งเงินภาษีจากส่วนภาครัฐ โดยทำหน้าที่ช่วยเหลือภาคเอกชนระดมเงินทุนและลงทุนในการบุกตลาดเกิดใหม่ เพื่อสร้างรายได้ ตำแหน่งงานและโอกาสในการเติบโตทั้งในและต่างประเทศ นับแต่ 30 กันยายน 2559 OPIC ยอดรวมในโครงการเท่ากับ 21.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ บรรลุเป้ามายดังกล่าวด้วยการจัดหาเงินทุน การค้ำประกัน การรับประกันความเสี่ยงทางการเมือง และการสนับสนุนกองทุนเพื่อการลงทุน ในขณะที่เงินทุนไม่สามารถถูกจัดสรรได้จากแหล่งอื่น
โครงการทั้งหมด OPIC มุ่งเน้นความสำคัญของการรักษาสิ่งแวดล้อมและมาตรฐานความเป็นอยู่ในสังคม รวมทั้งเคารพในสิทธิมนุษยชนและสิทธิของลูกจ้าง OPIC มีการรักษามาตรฐานที่สูงเพื่อเป็นการยกระดับมาตรฐานในอุตสาหรรมและท้องถิ่นของประเทศที่ได้รับเงินทุนช่วยเหลือ มีการให้บริการสำหรับกลุ่มธุรกิจใหม่และที่ต้องการขยายเครือข่าย ในมากกว่า 160 ประเทศทั่วโลก
*3 Creation Investments Capital Management: บรรษัทการลงทุนเอกชนซึ่งมีฐานที่ตั้งในชิคาโก มุ่งเน้นการระดมทุนในตลาดเกิดใหม่ ในปัจจุบันมีแนวนโยบายทางการเงินถึง 15 แบบกับบริษัททางการเงินทั้งในลาตินอเมริกา เอเชียใต้ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้และยุโรปตะวันออก Creation มีทั้งลูกค้าบุคคลธรรมดาและธุรกิจขนาดย่อมที่ไม่สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนจากทางธนาคารกว่า 7 ล้านราย รวมเป็นยอดเงินกู้ทั้งหมดกว่า 5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ นักลงทุนของบรรษัททั้งเป็นนักลงทุนสถาบันและส่วนบุคคลที่ต่างมุ่งหวังในการสร้างผลตอบแทนที่น่าพอใจและการตอบแทนสังคม
Creation เป็นผู้ถือหุ้นใน GL เป็นระยะเวลากว่า 2 ปี และเป็นบรรษัทรับประกันตราสารเงินฝากจำนวนมูลค่า 20 ล้านดอลลาร์สหรัฐ