ผู้เขียน: admin
10 มีนาคม 2560 : การชี้แจงต่อตลาดหลักทรัพย์
- Post author By admin
- Post date มีนาคม 10, 2017
- ไม่มีความเห็น บน 10 มีนาคม 2560 : การชี้แจงต่อตลาดหลักทรัพย์
การชี้แจงต่อตลาดหลักทรัพย์
10 Mar 2017
ตามที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยได้แจ้งขอให้ทาง บริษัท กรุ๊ปลีส จำกัด (มหาชน) เปิดเผยข้อมูล ใน 2 ประเด็น ดังนี้ ประเด็นที่ 1 รายละเอียดเกี่ยวกับลูกหนี้เงินให้กู้ยืมในงบการเงิน และประเด็นที่ 2เรื่องการกำกับดูแลกิจการนั้น ทางบริษัทอยู่ระหว่างการเตรียมคำชี้แจงต่อตลาดหลักทรัพย์ โดยจะตอบภายในวันที่ 13 มีนาคม 2560 ซึ่งเป็นวันที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยกำหนดไว้
อย่างไรก็ตาม บริษัท ฯ ใคร่ขอเรียนให้ผู้ถือหุ้น และนักลงทุนทุกท่านรับทราบ ดังนี้
– ธุรกิจเหล่านี้เป็นธุรกิจปกติของบริษัทฯ ซึ่งอยู่ภายใต้การควบคุมที่เหมาะสม และทำผลกำไรให้กับบริษัท รวมทั้งเปิดโอกาสอันยิ่งใหญ่ให้บริษัทฯ สามารถขยายตัวทางธุรกิจดิจิตอลไฟแนนซ์แพลตฟอร์มได้เป็นอย่างดี
– ข้อมูลหรือธุรกรรมเหล่านี้ไม่ใช่สิ่งใหม่ที่เพิ่งเกิดขึ้น และได้ถูกบันทึกไว้ในงบการเงินของบริษัทฯ มาเป็นประจำทุกๆไตรมาสที่ผ่านมา
– ข้อมูลทุกอย่างได้ถูกส่งมอบให้แก่ผู้สอบบัญชี คือ บริษัทสำนักงาน อี วาย จำกัด (เดิมคือบริษัทเอินส์ทและยัง จำกัด) โดยครบถ้วน ก่อนการตรวจสอบงบการเงินประจำปี 2559 และจากข้อมูลข้างต้นนี้ ผู้สอบบัญชีก็ได้ให้ความเห็นอย่างไม่มีเงื่อนไข (unqualified) ซึ่งหมายถึง งบการเงินของ บริษัทฯ ถูกต้องและเชื่อถือได้ ซึ่งทำให้ผู้บริหารมีความมั่นใจในการให้ข้อมูลเหล่านั้น
– คณะกรรมการและคณะกรรมการตรวจสอบของบริษัทฯ มีความกระตือรือร้น และให้ความสำคัญต่อการบริหารธุรกิจของบริษัทฯ เป็นอย่างยิ่ง โดยในปี 2559 ที่ผ่านมาคณะกรรมการบริษัทฯ ได้มีการประชุมถึง 19 ครั้ง ดังนั้น ข้อมูลทุกอย่างจึงได้รับการแบ่งปัน และปรึกษาหารือร่วมกันอย่างดีอยู่เสมอ
จึงเรียนมาเพื่อทราบ
ขอแสดงความนับถือ
นายทัตซึยะ โคโนชิตะ
ประธานกรรมการบริหาร
บริษัท กรุ๊ปลีส จำกัด (มหาชน)
admin
09 Mar 2017
นายมิทซึจิ โคโนชิตะ ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กรุ๊ปลีส จำกัด (มหาชน) ผู้นำธุรกิจดิจิทัลไฟแนนซ์ในภูมิภาคเอเชีย ประกาศกร้าวว่าปัจจัยพื้นฐานบริษัทฯ ไม่เปลี่ยน ยังเดินหน้ารุกขยายธุรกิจอย่างเต็มที่ โดยล่าสุดเตรียมขยายธุรกิจเต็มสูบในประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งเป็นตลาดใหญ่ที่สุดในอาเซียนที่มีประชากรกว่า 250 ล้านคน
นายมิทซึจิ กล่าวแสดงความมั่นใจในศักยภาพการเติบโตและการสร้างผลกำไรมากขึ้นของ GL หลังจากที่หุ้นของ GL ถูกเทขายอย่างหนักในรอบหลายวันที่ผ่านมา ซึ่งเป็นผลสืบเนื่องจากข้อมูลที่ไม่ชัดเจนในข้อสังเกตประกอบงบการเงินปี 2559 ของผู้สอบบัญชี ประกอบกับข่าวลือในเชิงลบต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งส่วนที่เกี่ยวเนื่องกับเงินให้กู้ยืมและดอกเบี้ยค้างรับจำนวน 3,477 ล้านบาท ซึ่งบริษัทย่อยในสิงคโปร์คือ GL Holdings (GLH) ได้ให้บริษัทอื่นอีก 2 กลุ่มในไซปรัสและสิงคโปร์กู้ยืมต่อ ซึ่งผู้กู้เป็นผู้ถือหุ้นใน GL ด้วย ได้นำหุ้น GL มาเป็นส่วนหนึ่งของหลักทรัพย์ค้ำประกันเงินกู้ยืมดังกล่าว
นายมิทซึจิ กล่าวชี้แจงผ่านระบบ SKYPE จากประเทศอินโดนีเซียว่า ผู้กู้ทั้ง 2 กลุ่มในไซปรัสและอินโดนีเซียนั้น อันที่จริงคือดีลเลอร์รถมอเตอร์ไซค์ เครื่องจักรกลเกษตรและสินค้าอื่นๆ ในประเทศกัมพูชา ซึ่งเป็นคู่ค้าของ GL มาเป็นเวลาหลายปีและมีความน่าเชื่อถือเป็นอย่างมาก
“ดีลเลอร์เหล่านี้มีจำนวนทั้งสิ้นประมาณ 100 ราย ซึ่งบางรายเป็นคู่ค้าของเรายาวนานถึง 4-5 ปี ถือว่าเป็นกลุ่มผู้ประกอบการ SMEs ในกัมพูชาที่มีศักยภาพในการทำธุรกิจและมี Record การชำระคืนเงินกู้ที่ตรงต่อเวลา โดยตั้งแต่ต้นมาจนถึงปัจจุบันยังไม่มี Default (ผิดนัดชำระหนี้) และไม่มี NPL” นายมิทซึจิ กล่าว
ส่วนสาเหตุที่ต้องไปทำบันทึกรายงานเงินกู้เหล่านี้นอกประเทศกัมพูชา สืบเนื่องจากบริษัทฯ เหล่านี้ยังไม่ได้ขึ้นทะเบียนเข้าสู่ระบบภาษีของรัฐบาลกัมพูชา โดยเงินกู้สำหรับดีลเลอร์กลุ่มนี้มีมูลค่าทั้งสิ้นประมาณ 55% ของยอดเงินกู้ทั้งหมด ในขณะที่เงินกู้ส่วนที่เหลืออีก 45% นั้น บริษัทย่อยของ GL ในกัมพูชาสามารถปล่อยกู้โดยตรงให้กับดีลเลอร์อีกกลุ่มหนึ่งที่ได้ขึ้นทะเบียนในระบบภาษีของรัฐบาลแล้ว
อย่างไรก็ตาม สืบเนื่องจากที่รัฐบาลกัมพูชามีมาตรการเข้มงวดในรอบปีที่ผ่านมา เพื่อบังคับให้บริษัทห้างร้านเอกชนเข้าจดทะเบียนสู่ระบบภาษีทางการ เพื่อที่รัฐบาลจะเก็บภาษีได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย จึงคาดว่ามูลค่าการปล่อยกู้นอกประเทศกัมพูชานั้นคงจะค่อยๆ ลดลง โดยคาดว่าดีลเลอร์ที่ยังไม่ได้ขึ้นทะเบียนภาษีจะทยอยเข้าสู่ระบบ ซึ่งจะทำให้ GL สามารถปล่อยกู้โดยตรงในกัมพูชาได้
ส่วนเหตุผลที่ไปทำบันทึกเงินกู้ในประเทศไซปรัสและสิงคโปร์นั้น สืบเนื่องจากโครงสร้างทางกฎหมายและโครงสร้างภาษีเอื้ออำนวยต่อการทำธุรกรรมดังกล่าว
ขณะที่ข้อสงสัยอีกประการหนึ่ง ที่นักลงทุน VI (Value Investor) ได้หยิบยกขึ้นวิพากษ์วิจารณ์คืออัตราดอกเบี้ยที่สูงถึง 16-17% นั้น นายมิทซึจิกล่าวชี้แจงว่าดอกเบี้ยที่แท้จริงเป็นเพียง 6% เท่านั้น ส่วนที่เหลือเป็นค่าธรรมเนียมและค่าบริการอื่นๆ ซึ่งรวมแล้วอยู่ที่ประมาณ 15-16%
สำหรับประเด็นข้อสงสัยอีกเรื่องหนึ่งที่เกี่ยวเนื่องกับมูลค่าของสินทรัพย์ที่นำมาค้ำประกันเงินกู้นั้น นายมิทซึจิกล่าวชี้แจงว่า หลักทรัพย์ที่นำมาค้ำประกันเงินกู้นั้น ประกอบด้วย หุ้นของบริษัท GL และบริษัทอื่น อสังหาริมทรัพย์ในประเทศไซปรัสและบราซิล พันธบัตรรัฐบาลของไซปรัส โดยไม่รวมถึง Inventory (รถจักรยานยนต์ที่อยู่ในสต๊อกของดีลเลอร์) ซึ่งหากคำนวณมูลค่าทั้งสิ้นแล้วจะมีมูลค่าสูงกว่ายอดเงินกู้ โดยสามารถแยกแยะรายละเอียดคือในส่วนของอสังหาริมทรัพย์นั้นตีมูลค่าเพียง 50% ของราคาตลาด ซึ่งมูลค่า 50% ดังกล่าวเทียบเท่ากับ 68% ของยอดเงินกู้ และหากรวมมูลค่าของหุ้น พันธบัตรรัฐบาล ตลอดจนสต๊อกมอเตอร์ไซค์ของดีลเลอร์แล้ว จะมีมูลค่าทั้งสิ้นประมาณ 200% ของยอดเงินกู้
ต่อคำถามที่ว่า GL มีความจำเป็นจะต้องตั้งสำรองเพิ่มเติม เนื่องจากราคาหุ้นของ GL ด้อยค่าลงอย่างมาก นายมิทซึจิกล่าวยืนยันว่า ไม่มีความจำเป็นต้องตั้งสำรองเนื่องจากมูลค่าของหลักทรัพย์ค้ำประกันโดยรวมนั้นมีเพียงพอและหากมีความจำเป็นในอนาคต GL ก็สามารถเรียกขอหลักทรัพย์ค้ำประกันเพิ่มเติมจากผู้กู้ได้
ต่อข้อความเรื่องการยืดระยะเวลาคืนเงินกู้นั้น นายมิทซึจิชี้แจงว่า โดยปกติ GL จะเริ่มปล่อยกู้ให้ลูกค้าดีลเลอร์เหล่านี้ โดยมีระยะเวลาชำระคืนเพียง 3 เดือน เมื่อครบกำหนด 3 เดือน ก็จะโรลโอเวอร์ต่อไปอีก 3 เดือน แต่หลังจากที่ลูกค้าดีลเลอร์เหล่านี้มี Record การชำระคืนตรงต่อเวลา GL ก็ขยายระยะเวลาชำระคืนเป็น 1 ปี ครบกำหนดแล้วก็โรลโอเวอร์ต่อ และหลังจากที่ลูกค้าสามารถยืนยันตรงต่อเวลาในการชำระคืน GL ก็อนุมัติขยายช่วงโรลโอเวอร์เป็น 3 ปี ทั้งนี้ ลูกค้าดีลเลอร์เหล่านี้ได้พิสูจน์แล้วว่ามีความซื่อตรงไม่เคยผิดนัดชำระหนี้ ส่วนการที่ลูกค้าเหล่านี้มาซื้อหุ้น GL นั้นถือเป็นเรื่องปกติธรรมดา เนื่องจาก GL เป็นผู้ค้าที่มีความสัมพันธ์ที่ดีและลูกค้าเหล่านี้ก็เห็นศักยภาพการเติบโตของบริษัทฯ จึงซื้อหุ้นของ GL ในตลาดหลักทรัพย์ฯ โดยที่บริษัทฯ ไม่ทราบ
นายมิทซึจิกล่าวแสดงความมั่นใจว่า ปัจจัยพื้นฐานทั้งหมดของ GL ไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลง โดยบริษัทฯ ยังเดินหน้ารุกขยายธุรกิจอย่างเต็มที่โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศอาเซียนและคาดว่าผลประกอบการจะขยายตัวอย่างก้าวกระโดดตามที่ได้วางเป้าไว้เดิม
วีดีโอประชุมนักวิเคราะห์ ณ วันที่ 9 มีนาคม 2560
09 Mar 2017
งานประชุมนักวิเคราะห์เพื่อแจกแจงงบการเงิน ณ วันที่ 9 มีนาคม 2560 ห้องสโรชา โรงแรมสวิสโซเทล เลอ คองคอร์ด
ในวันดังกล่าว คุณทะซึยะ โคโนชิตะ ประธานกรรมการบริหาร ได้แถลงการอธิบายถึงข้อกังวลในการทำธุรกรรมของบริษัทในสิงคโปร์และไซปรัส
โปรดดูที่ URL ต่อไปนี้ สำหรับวิดีโอในวันดังกล่าว
ชี้แจงเรื่องข่าวในหนังสือพิมพ์ข่าวหุ้น
08 Mar 2017
เรียนนักลงทุนทุกท่าน
เนื่องจาก ข่าวที่ลงในหนังสือพิมพ์ ข่าวหุ้น ฉบับลงวันที่ 8 มีนาคม 2560 บริษัทได้รับคำถามจากผู้ถือหุ้น และนักลงทุนในตลาดหลักทรัพย์รวมทั้งพันธมิตรทางธุรกิจเข้ามาเป็นจำนวนมาก
บริษัทใคร่ขอเรียนชี้แจงว่า ข่าวที่ลงในหนังสือพิมพ์ข่าวหุ้นฉบับ เมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2560 ดังกล่าวนั้น เป็นข่าวที่ไม่ถูกต้อง และเป็นการให้ข้อมูลที่บิดเบือนไปจากความเป็นจริง ดังนั้น บริษัทได้ขอให้ทางหนังสือพิมพ์ระงับข่าวดังกล่าว รวมทั้งให้ประกาศคำขออภัยลงในหนังสือพิมพ์ข่าวหุ้นด้วย
จึงเรียนมาเพื่อทราบโดยทั่วกัน
ขอขอบคุณ
(นายทัตซึยะ โคโนชิตะ)
ประธานกรรมการบริหาร
บริษัทกรุ๊ปลีส จำกัด (มหาชน)
GL มั่นใจปล่อยกู้ SMEs หนุนกำไรโตก้าวกระโดด
06 Mar 2017
ผู้บริหาร บมจ.กรุ๊ปลีส ผู้นำธุรกิจดิจิทัลไฟแนนซ์ในภูมิภาคเอเชีย กล่าวแสดงความมั่นใจว่าการเพิ่มพอร์ตเงินกู้สำหรับผู้ประกอบการขนาดกลางและย่อม (SMEs) ในตลาดต่างๆ ที่กลุ่มบริษัท GL ให้สินเชื่อเช่าซื้อสำหรับผู้กู้รายย่อย เป็นปัจจัยสำคัญช่วยเกื้อหนุนให้ผลกำไรของบริษัทฯ เติบโตอย่างก้าวกระโดดต่อเนื่อง
นายมิทซึจิ โคโนชิตะ ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กรุ๊ปลีส จำกัด (มหาชน) หรือ GL กล่าวแสดงความมั่นใจดังกล่าวหลังจากที่นักลงทุนบางกลุ่มได้แสดงความวิตกกังวลและตั้งคำถามเกี่ยวกับความโปร่งใสของบริษัทฯ ในการปล่อยเงินกู้ให้แก่ผู้กู้ 2 กลุ่มในประเทศสิงคโปร์และไซปรัส ตามข้อสังเกตหมายเหตุประกอบงบการเงินรวมประจำปี 2559 ของผู้สอบบัญชี โดยผู้สอบบัญชีระบุว่าเงินให้กู้ยืมดังกล่าวและดอกเบี้ยค้างรับจำนวน 3,477 ล้านบาท (คิดเป็นร้อยละ 40 ของสินทรัพย์สุทธิรวม ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2559) ซึ่งผู้กู้เป็นผู้ถือหุ้นในบริษัทฯ ด้วยและได้นำหลักทรัพย์ส่วนหนึ่งที่เป็นหุ้นของบริษัทฯ มาเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันเงินกู้ยืมดังกล่าว และหมายเหตุประกอบงบการเงินได้ระบุเพิ่มเติมว่าหลักทรัพย์ค้ำประกันอื่น ประกอบด้วย อสังหาริมทรัพย์ในเกาะไซปรัสและประเทศบราซิล พันธบัตรรัฐบาลไซปรัสและหุ้นในบริษัทอื่นในต่างประเทศ
นายมิทซึจิ กล่าวเน้นย้ำว่า ผู้กู้ 2 กลุ่มที่อยู่ในสิงคโปร์และไซปรัสดังกล่าว เป็นหุ้นส่วนการทำธุรกิจของ GL เป็นเวลายาวนานและมีความน่าเชื่อถือ โดยส่วนใหญ่เป็นดีลเลอร์รถเตอร์ไซค์ เครื่องจักรกลเกษตร แผงโซล่าร์เซลล์และอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าอย่างอื่น โดยดีลเลอร์เหล่านี้จัดหาสินค้าให้กับผู้กู้รายย่อยระดับรากหญ้าในตลาดต่างๆ ซึ่ง GL ดำเนินธุรกิจให้บริการสินเชื่อเช่าซื้อ และดีลเลอร์เหล่านี้ก็ได้กลายสภาพมาเป็นผู้ถือหุ้นของ GL ด้วย โดยนายมิทซึจิกล่าวชี้แจงเพิ่มเติมว่า สำหรับหุ้นของ GL และหลักทรัพย์อื่นๆ ซึ่งใช้เป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันเงินกู้ของดีลเลอร์เหล่านี้ ก็มีการตีมูลค่าอย่างยุติธรรมและมีมูลค่ามากกว่ายอดเงินกู้
สำหรับประเด็นข้อกังวลของนักลงทุนในเรื่องการขยายเวลาการชำระคืนเงินกู้นั้น นายมิทซึจิกล่าวชี้แจงว่า ในเบื้องแรกเงินกู้สำหรับผู้ประกอบการ SMEs เหล่านี้ จะเป็นเงินกู้ระยะสั้น 3 เดือน และโรลโอเวอร์เมื่อครบกำหนด แต่หลังจากที่บริษัทฯ มีความมั่นใจถึงเครดิตความน่าเชื่อถือของผู้ประกอบการคู่ค้าเหล่านี้ ก็จะปรับระยะเวลาชำระคืนเงินกู้เป็น 1 ปี โดยสามารถโรลโอเวอร์ต่อไปได้ตามความจำเป็นในการขยายธุรกิจของดีลเลอร์เหล่านี้ ซึ่งทั้งหมดถือเป็นเรื่องปกติในการขยับขยายธุรกิจของ GL โดย GL สามารถเพิ่มพอร์ตสินเชื่อ ด้วยการขยายสินเชื่อให้กับกลุ่ม SMEs ได้ผลเป็นที่น่าพอใจ ทำให้สามารถทำกำไรเพิ่มพูนได้อย่างต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา โดยงบการเงินล่าสุดปี 2559 โชว์กำไรสุทธิ 1,062 ล้านบาท ซึ่งเป็นสถิติสูงสุดโดยเพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าถึง 82.34%
ส่วนการบันทึกรายการเงินกู้เหล่านี้ในประเทศสิงคโปร์และไซปรัสนั้น สืบเนื่องจากโครงสร้างภาษีของทั้ง 2 ประเทศ ที่เอื้อประโยชน์สำหรับการทำธุรกรรมดังกล่าว