Categories
ข่าวแจ้งตลาดหลักทรัพย์

11 เมษายน 2559 : แจ้งการแก้ไขผังองค์กรของกลุ่มและชื่อตำแหน่งของคณะกรรมการบริหาร(ภาษาไทย) ตามหนังสือที่ GL05/2559

Categories
ข่าวแจ้งตลาดหลักทรัพย์

28 มีนาคม 2559 : แจ้งการเผยแพร่เอกสารเชิญประชุมสามัญผู้ถือหุ้น ประจำปี 2559 ทาง website

Categories
ข่าวแจ้งตลาดหลักทรัพย์

24 มีนาคม 2559 : การเพิ่มจำนวนกรรมการ เลือกตั้งกรรมการใหม่ และแต่งตั้งผู้สอบบัญชีและกำหนดค่าตอนแทน ปี 2559

Categories
ข่าวแจ้งตลาดหลักทรัพย์

24 มีนาคม 2559 : การปรับโครงสร้างองค์กร เพื่อความเหมาะสมกับการขยายธุรกิจต่างประเทศ

Categories
ข่าวแจ้งตลาดหลักทรัพย์

24 มีนาคม 2559 : การเพิ่มทุนของ บริษัทย่อย Group Lease Holdings ในประเทศสิงคโปร์ เพื่อขายธุรกิจไปประเทศอินโดนีเซีย

Categories
ข่าวแจ้งสื่อมวลชน

24 มีนาคม 2559 : GL ปรับโครงสร้างครั้งใหญ่ ทุ่มเงิน 8 ล้านดอลลาร์สหรัฐเตรียมพร้อมรุกตลาดอินโดนีเซีย

GL ปรับโครงสร้างครั้งใหญ่ ทุ่มเงิน 8 ล้านดอลลาร์สหรัฐเตรียมพร้อมรุกตลาดอินโดนีเซีย

24 Mar 2016

บมจ.กรุ๊ปลีส ผู้บุกเบิกธุรกิจดิจิตอลไฟแนนซ์ในอาเซียน ปรับโครงสร้างการบริหารครั้งใหญ่รองรับการบริหารจัดการที่ซับซ้อนมากขึ้น หลังรุกขยายธุรกิจสู่ภูมิภาคอาเซียนอย่างรวดเร็ว พร้อมทุ่มเงินลงทุน 8 ล้านดอลลาร์สหรัฐหรือกว่า 280 ล้านบาท เตรียมความพร้อมรุกธุรกิจใหม่ในประเทศอินโดนีเซียซึ่งเป็นตลาดใหญ่ที่สุดในอาเซียน หลังจากประสบความสำเร็จอย่างดียิ่งในกัมพูชาและเริ่มขยายธุรกิจใน สปป.ลาว

ที่ประชุมคณะกรรมการหรือบอร์ดของบริษัทเมื่อวันที่ 22 มีนาคมที่ผ่านมา มีมติให้ปรับโครงสร้างการบริหารครั้งใหญ่เพื่อรองรับธุรกิจที่ขยายตัวอย่างรวดเร็วในช่วงหลายปีที่ผ่านมาโดยเฉพาะในต่างประเทศ โดยจัดแบ่งสำนักงานบริหารจัดการเป็น 2 สำนักงาน ประกอบด้วย สำนักงานด้านการพัฒนาธุรกิจของกลุ่มซึ่งดูแลบริษัทฯ ในเครือทั้งหมด 6 แห่ง ประกอบด้วย บมจ.กรุ๊ปลีส (GL) หรือบริษัทแม่ในประเทศไทยและบริษัทลูกอีก 4 แห่ง ประกอบด้วย ธนบรรณ, GLF (กัมพูชา), GLL (สปป.ลาว) และ GL Holdings (สิงคโปร์) รวมถึงบริษัทร่วมทุนในอินโดนีเซีย (GLFI) ขณะที่อีกสำนักงานหนึ่งจะดูแลฝ่ายสนับสนุนธุรกิจของกลุ่ม ประกอบด้วย ฝ่ายไอที บัญชีและการเงิน

ทั้งนี้ ที่ประชุมบอร์ดยังมีมติให้จัดตั้งคณะกรรมการบริหาร (Executive Board) เพื่อรับผิดชอบโดยตรงในงานบริหารจัดการด้านปฏิบัติการและประสานงานระหว่างบริษัทในเครือทั้งหมด โดยที่บอร์ดใหญ่ยังคงรับผิดชอบกำกับดูแลในระดับนโยบาย

นายทัตซึยะ โคโนชิตะ ซึ่งได้รับแต่งตั้งเป็นประธานคณะกรรมการบริหารชุดใหม่ กล่าวชี้แจงว่า บริษัท GL ในวันนี้ไม่ใช่เป็นเพียงบริษัทที่ดำเนินธุรกิจเช่าซื้อรถมอเตอร์ไซค์เหมือนในอดีตที่ผ่านมา

“กลุ่มของเราได้ขยายธุรกิจอย่างรวดเร็วในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ทำให้ขนาดและเครือข่ายธุรกิจขยายตัวใหญ่โตมาก ส่งผลให้โครงสร้างการบริหารในอดีตไม่สามารถรองรับได้อีกต่อไปและที่สำคัญอีกประการหนึ่งคือเราได้ปรับโมเดลจากธุรกิจเช่าซื้อมาเป็นดิจิตอลไฟแนนซ์ โดยให้บริการอย่างครบวงจรบน Platform ดิจิตอลไฟแนนซ์เพื่อรุกขยายธุรกิจในตลาดอาเซียนอย่างเต็มที่ ดังนั้นเราจึงจำเป็นต้องปรับโครงสร้างการบริหารครั้งใหญ่เพื่อรองรับการขยายตัวได้อย่างมีประสิทธิภาพ” นายทัตซึยะ กล่าว

นายทัตซึยะกล่าวต่อว่า บริษัทในกลุ่ม GL ได้ขยายตัวอย่างมากภายใต้วิสัยทัศน์และการดำเนินธุรกิจเชิงรุกของประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร นายมิทซึจิ โคโนชิตะ ซึ่งจะยังคงดูแลรับผิดชอบโดยตรงในธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับบริษัทฯ ในเครือทั้ง 6 แห่ง ขณะที่นายทัตซึยะซึ่งเป็นน้องชายของนายมิทซึจิได้รับแต่งตั้งเป็นประธานคณะกรรมการบริหารที่เพิ่งตั้งขึ้นใหม่ ซึ่งประกอบด้วยผู้บริหารระดับสูงทั้งชาวญี่ปุ่น ฝรั่งเศส ไทยและรัสเซียรวมทั้งหมด 11 คน เพื่อทำหน้าที่รับผิดชอบการประสานงานและบริหารจัดการในระดับปฏิบัติการให้มีประสิทธิผล

“ธุรกิจของ GL มีความหลากหลายและซับซ้อนมากขึ้น หลังจากที่เราขยายตัวอย่างมากในต่างประเทศ ตัวอย่างเช่นพอร์ตเงินกู้ในประเทศต่างๆ ก็ต้องใช้สกุลเงินของประเทศนั้นๆ จึงจำเป็นต้องดูแลและบริหารจัดการอย่างใกล้ชิดเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด”

อีกมิติหนึ่งของการปรับโครงสร้างครั้งนี้คือมติของคณะกรรมการในการแต่งตั้งกรรมการใหม่ชาวอเมริกันชื่อ Mr.Patrick Fisher ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินและการลงทุนในตลาดเกิดใหม่ โดยมีประสบการณ์อย่างกว้างขวาง จากการทำหน้าที่เป็นกรรมการในบริษัทหลายแห่งในภาคการเงินและการธนาคารของประเทศต่างๆ ในยุโรป เอเชียและลาตินอเมริกา โดยนอกจาก Mr. Fisher แล้ว บอร์ดของ GL ยังมีมติแต่งตั้งกรรมการใหม่อีก 2 คนคือ Group CFO Mr. Regis Martin และ CEO จากบริษัท GLF ในกัมพูชา Mr. Riki Ishigami ซึ่งการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้จะต้องถูกนำเสนอเพื่อขอรับความเห็นชอบจากการประชุมใหญ่สามัญประจำปี (AGM) ซึ่งกำหนดจะจัดขึ้นในวันที่ 28 เมษายนนี้

สำหรับการรุกขยายธุรกิจสู่ประเทศอินโดนีเซียนั้น ที่ประชุมบอร์ดมีมติให้เพิ่มทุนบริษัท GL Holdings ในประเทศสิงคโปร์ จำนวน 8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ พร้อมทั้งจัดสรรเงินจำนวนดังกล่าวให้แก่บริษัทฯ ร่วมทุนในอินโดนีเซียภายใต้ชื่อ PT GL Finance Indonesia (GLFI) เพื่อเตรียมความพร้อมในการเริ่มดำเนินธุรกิจในประเทศนั้น โดย GL ถือหุ้น 65% ใน GLFI ส่วนที่เหลือถือโดยธนาคาร J Trust Bank ซึ่งเป็นพันธมิตรของ GL 20% และกลุ่มทุนท้องถิ่นอีก 15%

โดยการรุกสู่ตลาดอินโดนีเซียนับเป็นก้าวย่างที่สำคัญ หลังจากกลุ่ม GL ประสบความสำเร็จอย่างดียิ่งจากการขยายธุรกิจในประเทศกัมพูชาและ สปป.ลาว โดยในปีที่ผ่านมาบริษัทฯ สามารถสร้างกำไรสุทธิสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 582.89 ล้านบาท เพิ่มสูงขึ้นจากปีก่อนถึง 400%

Categories
ข่าวแจ้งสื่อมวลชน

16 มีนาคม 2559 : GL เล็งขายหุ้นกู้ 2,000 ล้านบาท รับแผนรุกขยายตลาดและทำ M&A ในอาเซียน

GL เล็งขายหุ้นกู้ 2,000 ล้านบาท รับแผนรุกขยายตลาดและทำ M&A ในอาเซียน

16 Mar 2016

บมจ.กรุ๊ปลีส ผู้บุกเบิกธุรกิจดิจิตอลไฟแนนซ์ เดินหน้าขอมติที่ประชุมผู้ถือหุ้นเพิ่มเพดานวงเงินออกหุ้นกู้ เป็น 2,500 ล้านบาท จากเดิม 2,000 ล้านบาท ใช้เป็นแหล่งเงินทุนขยายธุรกิจดิจิตอลไฟแนนซ์ในอาเซียน และทำดีล M&A เข้าควบรวมกิจการสร้างการเติบโตอย่างก้าวกระโดด พร้อมประกาศจ่ายเงินปันผล 0.156 บาทต่อหุ้น ด้านผู้บริหารมั่นใจผลการดำเนินงานไตรมาส 1/59 ทำกำไรทุบสถิตินิวไฮต่อเนื่อง หลังสัดส่วน NPL ลูกค้าในไทยปรับลดลง และยอดปล่อยสินเชื่อเช่าซื้อรถจักรยานยนต์ในกัมพูชาเติบโตเกือบเท่าตัว จากช่วงเดียวกันของปีก่อน

นายทัตซึยะ โคโนชิตะ กรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าฝ่ายนักลงทุนสัมพันธ์ บริษัท กรุ๊ปลีส จำกัด (มหาชน) หรือ GL ผู้บุกเบิกธุรกิจดิจิตอลไฟแนนซ์ (FinTech) เปิดเผยว่า จากนโยบายบริษัทฯ ที่มุ่งมั่นขยายธุรกิจในภูมิภาคอาเซียนเพื่อก้าวสู่ผู้นำธุรกิจดิจิตอลไฟแนนซ์ ล่าสุดที่ประชุมคณะกรรมการ (บอร์ด) บริษัทฯ เมื่อวันที่ 15 มีนาคมที่ผ่านมา ได้มีมติให้เสนอต่อที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2559 ในวันที่ 28 เมษายนนี้ เพื่อพิจารณาอนุมัติการเพิ่มเพดานวงเงินการออกหุ้นกู้ จากเดิมที่เคยได้รับอนุมัติไว้ 2,000 ล้านบาท เป็น 2,500 ล้านบาท ซึ่งเมื่อหักลบกับวงเงินที่บริษัทฯ ได้ออกหุ้นกู้ไปแล้วเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2557 จำนวน 500 ล้านบาท จะส่งผลให้มีวงเงินคงเหลือในการออกหุ้นกู้อีกทั้งสิ้น 2,000 ล้านบาท

โดยการขออนุมัติเพิ่มวงเงินการออกหุ้นในครั้งนี้ เพื่อใช้เป็นแหล่งเงินทุนในการขยายธุรกิจไฟแนนซ์ ในกลุ่มประเทศ CLMV+I ได้แก่ ประเทศกัมพูชา สปป.ลาว เมียนมาร์ เวียดนามรวมถึงอินโดนีเซีย ซึ่งบริษัทฯ ประสบความสำเร็จอย่างดียิ่งในการปล่อยสินเชื่อที่ประเทศกัมพูชาและ สปป.ลาว พร้อมทั้งนำไปใช้เป็นแหล่งเงินทุนและยังเป็นการเตรียมความพร้อมในการเข้าควบรวมกิจการ (M&A) กับผู้ประกอบการท้องถิ่น ซึ่งจะสามารถสร้างการเติบโตอย่างก้าวกระโดดควบคู่ไปกับการขยายธุรกิจโดยตรง ซึ่งบริษัทดำเนินการรุกหนัก อย่างต่อเนื่อง โดยในการควบรวมกิจการนั้นมีการเจรจาต่อเนื่องแต่ยังไม่มีข้อสรุป

ทั้งนี้ จากความสำเร็จของผลการดำเนินงานในรอบปีที่ผ่านมา ซึ่งบริษัทฯ มีรายได้รวม 2,488.70 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 33.63% จากปี 2557 ที่มีรายได้รวม 1,862.35 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิทั้งสิ้น 582.89 ล้านบาท พุ่งขึ้น 395.15% เมื่อเทียบกับปี 2557 ที่มีกำไรสุทธิ 117.72 ล้านบาท ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ จึงมีมติอนุมัติการจ่ายเงินปันผลประจำปี 2558 จากผลการดำเนินงานสิ้นสุด ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2558 ในอัตรา 0.156 บาทต่อหุ้น โดยกำหนดวันบันทึกรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิรับเงินปันผลในวันที่ 11 พฤษภาคม 2559 กำหนดปิดสมุดทะเบียนเพื่อรวบรวมรายชื่อผู้มีสิทธิได้รับเงินปันผลในวันที่ 12 พฤษภาคม 2559 และกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 26 พฤษภาคม 2559

นายทัตซึยะ กล่าวต่อว่า มีความมั่นใจในผลการดำเนินงานไตรมาส 1/59 จะมีแนวโน้มที่ดี สามารถสร้างประวัติศาสตร์ทำสถิตินิวไฮได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นผลมาจากการมุ่งเน้นควบคุมคุณภาพสินเชื่อได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยสัดส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) จากดำเนินธุรกิจของ GL ในประเทศไทยปรับลดลงมาอยู่ที่ระดับ 6.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนซึ่งอยู่ที่ 7.3% พร้อมทั้งตั้งเป้าหมายลดสัดส่วน NPL อย่างต่อเนื่องในอนาคต

ขณะที่การดำเนินธุรกิจไฟแนนซ์ในประเทศกัมพูชาก็มีอัตราเติบโตที่ดี จากการขยายพอร์ตสินเชื่อ เช่าซื้อ โดย GL มียอดปล่อยสินเชื่อเช่าซื้อรถมอเตอร์ไซค์ในช่วงไตรมาส 1/59 เฉลี่ย 2,200 คันต่อเดือน เพิ่มขึ้นเกือบ 1 เท่าตัว จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มียอดปล่อยสินเชื่อเฉลี่ย 1,200 คันต่อเดือน ซึ่งส่งผลดีต่ออัตราการทำกำไรที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 3 เท่าตัว เนื่องจากต้นทุนในการดำเนินธุรกิจคงที่ หลังจากได้ทยอยลงทุนพัฒนาระบบไอทีเพื่อรองรับการดำเนินธุรกิจในรูปแบบดิจิตอลไฟแนนซ์ได้อย่างครอบคลุมพื้นที่ในกัมพูชาแล้ว ดังนั้นอัตรากำไรจึงเพิ่มสูงขึ้นอย่างมากตามรายได้จากยอดขายที่เพิ่มขึ้น

Categories
ข่าวแจ้งตลาดหลักทรัพย์

15 มีนาคม 2559 : การจ่ายเงินปันผล การเพิ่มวงเงินในการออกหุ้นกู้ และกำหนดการประชุมสามัญผู้ถือหุ้น ประจำปี 2559

Categories
ข่าวแจ้งสื่อมวลชน

18 กุมภาพันธ์ 2559 : โบรกฯ ประสานเสียงเคาะราคาเป้าหมายใหม่หุ้น GL ทะยานสูงสุดที่ 29 บาท ชูดิจิทัล ไฟแนนซ์ รุกตลาดอินโดฯ หนุนทำกำไรนิวไฮต่อเนื่อง

โบรกฯ ประสานเสียงเคาะราคาเป้าหมายใหม่หุ้น GL ทะยานสูงสุดที่ 29 บาท ชูดิจิทัล ไฟแนนซ์ รุกตลาดอินโดฯ หนุนทำกำไรนิวไฮต่อเนื่อง

18 Feb 2016

โบรกเกอร์มองศักยภาพการดำเนินธุรกิจของ GL หนึ่งในผู้นำธุรกิจเช่าซื้อรถจักรยานยนต์แข็งแกร่ง ประสานเสียงแนะนำซื้อพร้อมเคาะราคาเป้าหมายใหม่ในปี 59 สูงสุดที่ 29 บาทต่อหุ้น หลังประเมินแนวโน้มพอร์ตสินเชื่อในต่างประเทศที่กัมพูชาและ สปป.ลาว มีโอกาสเติบโตอย่างต่อเนื่อง แถมปรับโมเดลธุรกิจเสริมแกร่ง นำระบบดิจิทัล ไฟแนนซ์เข้ามาใช้เพิ่มความสะดวกรวดเร็วการให้บริการที่เข้าถึงกลุ่มลูกค้าพื้นที่ในต่างจังหวัดและช่วยลดต้นทุนในการเปิดสาขา

บริษัทหลักทรัพย์ธนชาต จำกัด (มหาชน) ได้เผยแพร่บทวิเคราะห์หลักทรัพย์ GL หรือ บริษัท กรุ๊ปลีส จำกัด (มหาชน) หนึ่งในผู้นำธุรกิจให้บริการสินเชื่อเช่าซื้อรถจักรยานยนต์ ซึ่งรายงานตัวเลขกำไรสุทธิไตรมาส 4/58 สูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 192.90 ล้านบาท เพิ่มขึ้นมากกว่าเท่าตัวจากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยให้คำแนะนำซื้อพร้อมทั้งปรับเพิ่มราคาเป้าหมายขึ้นอีก 16% เป็น 29 บาท จากเดิมที่ 25 บาท เนื่องจากธุรกิจสินเชื่อเช่าซื้อในต่างประเทศเติบโตดีกว่าที่คาดการณ์ไว้และเชื่อว่าพอร์ตสินเชื่อของ GL ยังมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่องในอนาคต

ทั้งนี้ บล.ธนชาต มองว่า จุดแข็งของ GL ที่แตกต่างจากบริษัทไมโคร ไฟแนนซ์รายอื่นๆ คือการพัฒนาบริษัทฯ ก้าวไปสู่การเป็นบริษัทด้าน Financial Technology (Fintech) โดยนำระบบดิจิทัล ไฟแนนซ์ เข้ามาใช้เพื่อเพิ่มความสะดวกรวดเร็วในการให้บริการลูกค้าโดยเฉพาะลูกค้าที่อยู่ในพื้นที่ต่างจังหวัด ที่ลูกค้าสามารถทำธุรกรรมทางการเงินผ่านระบบออนไลน์บนโทรศัพท์มือถือ จึงสามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ในวงกว้างและรวดเร็วกว่าคู่แข่ง รวมถึงช่วยให้ GL สามารถติดตามประวัติการชำระเงินของลูกค้าเพื่อลดความเสี่ยงการเกิดหนี้ NPL หรือหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้และยังช่วยให้ต้นทุนการดำเนินงานลดลง เนื่องจากไม่ต้องพึ่งพาการขยายสาขาซึ่งต้องใช้งบลงทุนสูง แต่สามารถใช้เครือข่าย POS (Point of Sale) หรือจุดบริการขายเพื่อให้บริการลูกค้า

บทวิเคราะห์ยังระบุด้วยว่า GL ประสบความสำเร็จในการใช้ระบบดิจิทัล ไฟแนนซ์ ให้บริการลูกค้าในประเทศกัมพูชาและ สปป.ลาว รวมถึงมีแผนนำไปใช้ที่ประเทศอินโดนีเซียและในไทย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินธุรกิจ โดยแผนงานขยายธุรกิจในอินโดนีเซียนั้น ได้ดำเนินการภายใต้รูปแบบการร่วมทุนกับพันธมิตร โดย GL ถือหุ้น 65% กลุ่ม J TRUST BANK ถือหุ้น 20% และอีก 15% ถือโดยพันธมิตรท้องถิ่นในประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งบริษัทร่วมทุนดังกล่าว GL จะรับผิดชอบการติดตั้งระบบและดำเนินการ ส่วนกลุ่ม J TRUST BANK จะรับผิดชอบการลงทุนและความเสี่ยงจากการตั้งสำรองหนี้สูญหรือหนี้สงสัยจะสูญ โดยคาดว่าการจัดตั้งบริษัทร่วมทุนจะแล้วเสร็จภายในไตรมาส 1/59 และเริ่มดำเนินการได้ในไตรมาส 2/59

ขณะที่บริษัทหลักทรัพย์ ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด เผยแพร่บทวิเคราะห์หลักทรัพย์ GL โดยให้คำแนะนำซื้อพร้อมให้ราคาพื้นฐานที่ 28 บาท เนื่องจากแนวโน้มการดำเนินธุรกิจในปี 2559 ยังไปได้ดี โดยมีปัจจัยเกื้อหนุนจากการดำเนินธุรกิจสินเชื่อเช่าซื้อในต่างประเทศทั้งในประเทศกัมพูชาและ สปป.ลาว ที่ขยายตัวอย่างแข็งแกร่ง รวมถึงคาดว่าจะเริ่มดำเนินธุรกิจในประเทศอินโดนีเซียได้ภายในครึ่งปีแรกของปี 2559 และจะทำกำไรได้ดีในปี 2560 นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังมองโอกาสขยายธุรกิจในประเทศเมียนมาร์และเวียดนาม

ด้านบริษัทหลักทรัพย์ เอเชีย เวลท์ จำกัด ระบุในบทวิเคราะห์หลักทรัพย์ GL ให้คำแนะนำซื้อโดยปรับราคาเป้าหมายใหม่ในปี 2559 เพิ่มเป็น 28 บาท จากเดิม 23 บาท เนื่องจากบริษัทฯ รายงานกำไรสุทธิในไตรมาส 4/58 ที่ 193 ล้านบาท นับเป็นการทำสถิติกำไรรายไตรมาสสูงสุดติดต่อกันเป็นครั้งที่ 5 โดยผลการดำเนินงานที่โดดเด่นมาจากรายได้ในประเทศกัมพูชาและ สปป.ลาว ซึ่งหนึ่งในเหตุผลของความสำเร็จเกิดจากเครือข่าย POS ซึ่งจะเชื่อมโยงโดยตรงกับ GL ทำให้บริษัทฯ ไม่ต้องใช้เงินลงทุนในการตั้งสาขา จึงสามารถลดค่าใช้จ่ายในการบริการและบริหารในปี 2558 มาอยู่ที่ 51.3% จากเดิม 60.8% นอกจากนี้ GL มีจุดมุ่งหมายในการใช้ระบบ อีไฟแนนซ์ ซึ่งประสบความสำเร็จในตลาดกัมพูชาและ สปป.ลาว เป็นเครื่องมือในการบรรลุเป้าหมายการเติบโต

ส่วนบริษัทหลักทรัพย์ ทรินิตี้ จำกัด ได้รายงานบทวิเคราะห์หลักทรัพย์ GL ในทิศทางเดียวกัน โดยให้คำแนะนำซื้อและปรับเพิ่มราคาเป้าหมายใหม่เป็น 24 บาท จากแรงหนุนธุรกิจในต่างประเทศที่เติบโตได้ดี โดยธุรกิจใน สปป.ลาว เริ่มเดินหน้าตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2558 และถึงจุดคุ้มทุนแล้ว ซึ่งการดำเนินธุรกิจในต่างประเทศ GL มีเครือข่ายจุดบริการขายที่แข็งแกร่ง ทำให้ GL ได้รับค่าธรรมเนียมจากผู้ผลิตสินค้าในการช่วยกระจายสินค้าและปล่อยสินเชื่อ ซึ่งแตกต่างจากในประเทศไทยที่ผู้ให้สินเชื่อต้องจ่ายค่าธรรมเนียมให้กับดีลเลอร์ ทำให้รายได้อื่นๆ ของ GL เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญและเป็นรายได้ที่เพิ่มขึ้นโดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม จึงคาดการณ์กำไรและ ROE หรืออัตราส่วนผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้นในปี 2559-2560 น่าจะปรับเพิ่มขึ้นอยู่ที่ 15.6% และ 17% ตามลำดับ

Categories
ข่าวแจ้งตลาดหลักทรัพย์

16 กุมภาพันธ์ 2559 : ชี้แจงข่าวหรือข้อมูลกรณีมีข่าวใน นสพ.ข่าวหุ้นเรื่องการคาดการณ์กำไรในไตรมาสที่ 1/2559